ใครๆก็แก้กฎหมายได้(คุณก็ด้วย)
Bookmark and Share

วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2552

สิ่งทอน่าทึ่ง ส่งตรงจากเมืองลีลล์

สิ่งทอน่าทึ่ง ส่งตรงจากเมืองลีลล์
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 14 สิงหาคม 2552 13:26 น.
       เรื่องโดย ...ฮักก้า ภาพโดย...วชิร สายจำปา
       

       นิทรรศการชุดใหม่บนพื้นที่ของ หอศิลป์ บ้านจิม ทอมป์สัน ไม่ใช่เฉพาะคอศิลปะเท่านั้นที่ต้องสนใจ เพราะนิทรรศการภายใต้ชื่อ "สิ่งทอแห่งอนาคต" (FUTUROTEXTILES) ได้รวมเอาทั้งเรื่องของวิทยาศาสตร์ วิทยาการ และศิลปะสิ่งทอ มานำเสนอผ่านนิทรรศการเดียว
       
       Mr.Stephane Negrin ผู้ช่วยทูตฝ่ายวัฒนธรรม สถานเอกอัคราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย กล่าวว่า นี่เป็นอีกครั้งที่ สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย และสมาคมฝรั่งเศส กรุงเทพ ร่วมกับ หอศิลป์ บ้านจิม ทอมป์สัน จัดนิทรรศการอันเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลวัฒนธรรมฝรั่งเศส (La fete 2009) ที่น่าจะเป็นนิทรรศการที่สื่อสารกับผู้ชมได้ไม่ยาก แม้ปีนี้จะได้รับเสียงติติงมาว่า หลายนิทรรศการที่เลือกมาจัดแสดงในเทศกาล La fete ในปีล่าสุดนี้ ล้ำสมัยจนเกินไป
       
       นิทรรศการ "สิ่งทอแห่งอนาคต" จัดขึ้นครั้งแรกที่เมืองลีลล์( LILLE ) ประเทศฝรั่งเศส เมื่อปี ค.ศ.2006 อันเป็นส่วนหนึ่งของ นิทรรศการลีลล์ 3000 (Lille 3000) แล้วสัญจรไปจัดแสดง ณ เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี ต่อด้วยเมืองกูร์ไทร ประเทศเบลเยียม เมื่อ ค.ศ.2007 และ 2008 ตามลำดับ ที่โดยปกติแล้วต้องใช้เนื้อที่เพื่อการจัดแสดงประมาณ 3000 ตร.ม.
       
       กฤติยา กาวีวงศ์ ผู้อำนวยการหอศิลป์ บ้านจิม ทอมป์สัน กล่าวว่า นิทรรศการนี้ถือเป็นนิทรรศการที่ให้ความรู้กับผู้ชมเป็นอย่างมากเพราะเป็น การเปิดโลกของสิ่งทอ(TEXTILES) ที่ไม่ใช่เกี่ยวข้องแต่เฉพาะผืนผ้าเท่านั้นให้คนรู้จัก
       
       "แต่ มันยังเป็นอะไรได้เยอะแยะไปหมด อยากจะเรียกว่าเป็นสิ่งทอที่น่าทึ่งมากกว่า เพราะมีชิ้นงานหลายๆชิ้น ที่เราเพิ่งรู้ว่ามันทำมาจากเส้นใยด้วยหรือ"

คาโรลีน ดาวิด
       คาโรลีน ดาวิด ภัณฑารักษ์ชาวฝรั่งเศส ผู้เดินทางมาจัดนิทรรศการในเอเชียเป็นครั้งแรก และเป็นผู้คัดสรรชิ้นงานเพื่อนิทรรศการนี้บอกเล่าว่า เมืองลีลล์ ทางภาคเหนือของฝรั่งเศส สถานที่แรกของการจัดนิทรรศการ "สิ่งทอแห่งอนาคต" เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์และเศรษฐกิจที่เกี่ยวกับสิ่งทอมานานกว่า 300 ปี อีกทั้งยังมีโรงงานด้านสิ่งทอตั้งอยู่มากมาย สิ่งทอจึงถือเป็นเศรษฐกิจหลักที่สร้างเชื่อเสียงให้กับเมืองและภูมิภาคนี้
       
       "ทั้ง ที่เทคโนโลยีในปัจจุบันมีความก้าวหน้ามาก แต่สิ่งทอกลับเป็นสิ่งที่คนยังไม่ค่อยรู้จักว่ามีเส้นใยหลายประเภทที่ถูกนำ มาใช้ในงานสิ่งทอ และมีคุณสมบัติแตกต่างกันออกไป ซึ่งนิทรรศการนี้ก็จะอธิบายให้ฟัง และแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์ วิทยาการ และความน่าตื่นตาตื่นใจของผลงานศิลปะและงานออกแบบของดีไซเนอร์ชั้นนำ"
       
       ทันทีที่นำเข้าสู่ห้องนิทรรศการ และไปหยุดอยู่ที่นิทรรศการส่วนแรก ที่จะเปิดโลกสิ่งทอให้ผู้ชมได้รู้จักเส้นใยผ้ารูปแบบใหม่ และทำความเข้าใจกับคำว่า "สิ่งทอ" ให้มากขึ้น เธอได้ให้ความรู้เป็นการปูพื้น พร้อมกับหยิบเส้นใยหลากหลายชนิดขึ้นมาอธิบายประกอบเพื่อให้เห็นภาพว่า
       
       "สิ่งทอคือทุกอย่างที่ทำจากเส้นใยทั้งที่ได้จากธรรมชาติและ สังเคราะห์ขึ้นมา มีเศษใบไม้ที่แทบจะสลายไปแล้วสามารถนำมาทำเป็นเส้นใยทอผ้าได้"
       
       ใกล้กันเป็นผลงานของดีไซเนอร์ ซึ่งส่วนใหญ่ใช้วัสดุจากกิจการอุตสาหกรรรมมาใช้ในการสร้างสรรค์ชิ้นงาน ไม่ว่าจะเป็นชุดที่เหมาะกับคนไร้บ้าน ขณะสวมใส่สามารถอบอุ่นได้ท่ามกลางอุณหภูมิที่หนาวเย็น,ชุดทนความร้อนที่ เหมาะสำหรับนักสำรวจที่เข้าไปทำงานในเขตภูเขาไฟ,ชุดว่ายน้ำที่ทำจากเส้นใย ที่ทำให้กล้ามเนื้อเคลื่อนไหวอย่างอิสระ, ชุดซึ่งมีคุณสมบัติตรวจจับความร้อนในร่างกาย,ชุดที่ทำจากเส้นเทปคาสเซทที่ ไม่ใช้แล้ว ซึ่งบอกให้รู้ว่าเส้นใยสามารถหาได้จากทุกอย่างในชีวิตประจำวัน และชุดกระโปรงเป่าลมได้ แรงบันดาลใจเกิดจากศิลปินอยากมีโลกส่วนตัวในรถไฟฟ้าใต้ดินที่ไม่ต้องข้อง เกี่ยวกับใคร เมื่อเวลาที่ต้องการใช้งานก็สามารถกดปุ่มให้ชุดพองลม แล้วก็จะได้อยู่อย่างสันโดษโดยไม่ข้องเกี่ยวกับใครสมใจอยาก
       
       เหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างของเส้นใยในงานสิ่งทอ ที่ถูกนำไปถักทอจินตนาการอันบรรเจิดของศิลปินและนักออกแบบ ยังมีเส้นใยอีกหลายประเภท ที่มีมากกว่าที่เราเคยรู้ ได้แก่ เส้นใยที่นำไปใช้ในงานสถาปัตยกรรม,ผลิตกระสวยอวกาศ,เสื้อกันกระสุน,อวัยวะ เทียม,กางเกงยีนส์ที่เมื่อเราสวมใส่และถูกรถมอเตอร์ไซค์ลากไป ร่างกายก็จะไม่มีรอยแผลถลอกเลยแม้แต่น้อย (แต่กระดูกอาจจะหัก)ฯลฯ
       
       ในอนาคตเรายังจะได้เห็นเสื้อที่ทอจากเส้นใยที่ใช้ตรวจจับการเต้นของ หัวใจ และตรวจจับสารอินซูลินในร่างกายได้ เมื่อผู้ป่วยสวมใส่และเมื่อร่างกายเกิดอาการผิดปกติขึ้นมา แพทย์ที่โรงพยาบาลก็จะสามารถทราบข้อมูลได้อย่างทันท่วงที
       ........
       นิทรรศการ "สิ่งทอแห่งอนาคต" (FUTUROTEXTILES) จัดแสดงระหว่างวันที่ 2 สิงหาคม-16 ตุลาคม 2552 ณ หอศิลป์ บ้านจิม ทอมป์สัน ซ.เกษมสันต์ 2 ตั้งแต่เวลา 9.00 -17.00 น. (สถานีรถไฟฟ้าสนามกีฬาแห่งชาติ) สอบถาม โทร.0-2762-2562

       

       

       

       

       

       หมายเหตุ : ส่งข่าวสารงานศิลป์,งานออกแบบ มาได้ที่ หน้าข่าว  ART EYE VIEW Fax : 0-2629-4467 และ Email : thinksea@hotmail.com
http://www.manager.co.th/MetroLife/ViewNews.aspx?NewsID=9520000088858

--
ขอเชิญอ่าน blog.Thanks for visiting!  
http://www.parent-youth.net
http://ilaw.or.th
http://ww2.oja.go.th/home
http://www.thaihof.org
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://www.projectlib.in.th
http://elibrary.nfe.go.th
http://www.nstda.or.th/th
http://www.arda.or.th
http://www.nppdo.go.th
http://www.tlcthai.com
http://dbd-52.hi5.com
http://www.oknation.net/blog/assistance
http://weblogcamp2009.blogspot.com/

มังคุด "ราชินีผลไม้" สถาบันอาหาร หนุนยกระดับธุรกิจเอสเอ็มอี ส่งออกตีตลาดนอก



 



 



 



 





ผลิตภัณฑ์ของทิพทิพา

 
วันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2552 เวลา 06:57:47 น.  มติชนออนไลน์

มังคุด "ราชินีผลไม้" สถาบันอาหาร หนุนยกระดับธุรกิจเอสเอ็มอี ส่งออกตีตลาดนอก

บริษัท ทิพทิพา จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์ น้ำมังคุด GREAT ASIA เผยลดต้นทุนได้ถึง 30% หลังสถาบันอาหารเข้ามาช่วยแนะนำระบบการจัดการ อยากให้ช่วยส่งเสริมธุรกิจ เอสเอ็มอีอย่างต่อเนื่อง

นางรวิภัทร มาลาพล กรรมการผู้จัดการบริษัท ทิพทิพา จำกัด ผู้ผลิตจำหน่ายสินค้าแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร เปิดเผยกับ "มติชน" ว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัทซึ่งได้รับความนิยมได้แก่ น้ำมังคุด ยี่ห้อ GREAT ASIA โดยมีกลุ่มลูกค้าหลัก 90 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ต่างประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส เยอรมันนี มาเลเซีย สิงคโปร์ เกาหลี ฯลฯ มียอดจำหน่ายเฉลี่ยเดือนละ 1 ตู้คอนเทนเนอร์ หรือคิดเป็นมูลค่าราว 2 ล้านบาท


นอกจากนั้นยังรับจ้างผลิตสินค้า และรวมไปถึงวัตถุดิบแปรรูป อาทิ เปลือกมังคุดสกัดผง เนื้อมังคุดผง กล้วยผง เสาวรสผง ฯลฯ


สำหรับการเข้าร่วมโครงการเพิ่มประสิทธิภาพอุตสาหกรรมอาหารเพื่อรองรับวิกฤตเศรษฐกิจไทย กับทางสถาบันอาหารนั้น นางรวิภัทรเผยว่า เดิมทีบริษัทได้ติดต่อขอคำปรึกษาและใช้บริการสถาบันอาหารมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเรื่อง การวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ การขอคำแนะนำเกี่ยวกับธุรกิจ กระทั่งมี"โครงการเพิ่มประสิทธิภาพอุตสาหกรรมอาหารเพื่อรองรับวิกฤตเศรษฐกิจไทย" จึงสมัครขอรับคำปรึกษาด้าน การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน การตลาด และการบริหารเชิงกลยุทธ์


" จากการเข้าร่วมโครงการ ถือว่าเห็นผลชัดเจน โดยเฉพาะในด้านการลดต้นทุนค่าใช้จ่าย ทั้งในส่วนของวัตถุดิบซึ่งสต็อกไว้ เมื่อเรารู้หลักการบริหารจัดการ ปัญหานี้ลดลง ค่าเช่าทั้งในส่วนของตู้คอนเทนเนอร์ รวมไปถึงค่ากระแสไฟฟ้า สิ่งต่างๆ เหล่านี้จากเมื่อก่อนต้องเสียค่าใช้จ่ายเดือนละ 400,000-500,000 บาท แต่หลังเข้าร่วมโครงการ ค่าใช้จ่ายลดลงมาถึง 30 เปอร์เซ็นต์" นางรวิภัทร กล่าว 


กรรมการผู้จัดการบริษัท ทิพทิพา เผยอีกว่า สิ่งที่ได้รับเพิ่มเติมจากสถาบันอาหาร คือ คำแนะนำ โดยเริ่มต้นตั้งแต่กระบวนการผลิต การจัดระเบียบภายในโรงงาน วางตำแหน่งสินค้า วิธีดูแลต้นทุนค่าใช้จ่าย ตลอดจนด้านการตลาด และรวมไปถึงช่วยคิดหาแนวทางในการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ออกสู่ท้องตลาด


 "ถ้ามองในเรื่องยอดขายอาจไม่ได้ขยับ แต่สิ่งที่ได้รับและเห็นชัดเจน คือ ต้นทุนค่าใช้จ่ายลดน้อยลง โรงงานมีระเบียบมากขึ้น จากแต่ก่อนอาจจัดวางสะเปะสะปะ ทางสถาบันอาหารเข้ามาช่วยขีดเส้นการทำงานให้ตรง ไม่คดโค้งเหมือนก่อน การผลิตเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง ก่อให้เกิดความมั่นใจในคุณภาพสินค้า" 


นางรวิภัทร เผยว่า ในฐานะผู้ประกอบการ คาดหวังว่าสถาบันอาหารและหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ เห็นความสำคัญกับธุรกิจเอสเอ็มอี และมีโครงการช่วยเหลือต่างๆอย่างต่อเนื่องจะเป็นการดี


อนึ่ง ในระหว่างงาน "มหกรรมอาหารปลอดภัย สู้ภัยเศรษฐกิจ" ที่สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม จัดร่วมกับ บริษัท มติชน จำกัด(มหาชน) วันที่ 26 -30 สิงหาคม ที่ ห้องเอ็มซีซี ฮอลล์ ห้างสรรพสินค้าเดอะ มอลล์ สาขาบางกะปินั้น นางรวิภัทร กรรมการผู้จัดการบริษัท ทิพทิพา จำกัด จะเข้าร่วมในรายการเสวนา ในรายการบนเวที ในเวลา 16.15-17.00 น. วันที่ 30 สิงหาคมด้วย 

                          http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1250900395&grpid=01&catid=no

--
ขอเชิญอ่าน blog.Thanks for visiting!  
http://www.parent-youth.net
http://ilaw.or.th
http://ww2.oja.go.th/home
http://www.thaihof.org
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://www.projectlib.in.th
http://elibrary.nfe.go.th
http://www.nstda.or.th/th
http://www.arda.or.th
http://www.nppdo.go.th
http://www.tlcthai.com
http://dbd-52.hi5.com
http://www.oknation.net/blog/assistance
http://weblogcamp2009.blogspot.com/ 

  

  

 

วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2552

′ญี่ปุ่น′หลากหลายความสุข ชีวิตวัฒนธรรมอันงดงามในโอซากา

วันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2552 เวลา 07:01:16 น.  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ 

′ญี่ปุ่น′หลากหลายความสุข ชีวิตวัฒนธรรมอันงดงามในโอซากา


พาทัวร์

 

แสงแดดกลางฤดูร้อนเมือง โอซากาเดือนกรกฎาคมระอุจนเผลอคิดว่ากำลังอยู่เมืองไทย ถึงไอร้อนจะแรงขนาดไหน ชาวอาทิตย์อุทัยจากคันไซและทั่วสารทิศก็พากันมาร่วมงาน ′เทนจิน มัทซุริ′ งานประเพณีเก่าแก่เทศกาลใหญ่อันดับ 3 ของประเทศ จัดที่ ริมแม่น้ำ ′โอกาวา′ มีกว่า 2 ล้านคนมา รอชมพิธีแห่เทพเจ้าศาลเทนมังงุ จนพื้นที่บนสะพานแทบจะไม่มีที่ยืน

 

ช่วงบ่ายคณะลูกศิษย์เจ้าอาวาส ซึ่งมีทั้งชาวบ้านทั่วไปจนถึงซีอีโอบริษัทชั้นนำแต่งกายแบบญี่ปุ่นตั้งแถวนำขบวนการแสดงสวยงาม เริ่มแห่ทางบกตามด้วยแห่ทางน้ำปล่อยเรือประมาณ 100 ลำ ไฮไลต์ยามค่ำคืนจดจ่ออยู่กับสีสันท้องฟ้า โอซากาสว่างไสวจากการจุดพลุ 5,000 นัด 

 

การเดินทางวันว่างในโอซากาเพื่อย้อนอดีต 3 ยุค เข้าวัด ′ปราสาทโอซากา′ สัญลักษณ์ประจำเมือง สร้างสมัย ′ฮิเดโยชิ โตโยโตมิ′ ผู้นำสำคัญในประวัติศาสตร์ตั้งแต่เมื่อ 400 ปีก่อน ยุคนั้นญี่ปุ่นเริ่มรวมชาติโดยมีโอซากาเป็นจุด  ยุทธศาสตร์หลักช่วงชิงอำนาจระหว่างกลุ่ม

 

วิธีชมวัดนี้ขึ้นไปดูวิวบนสุดชั้น 8 แล้วค่อยๆ เดินลงบันไดทุกชั้นเพื่อชมนิทรรศการที่จัดแสดง เมษายนทุกปีเป็นเดือนที่น่ามาชมดอกซากุระบาน ต้นไม้ทั่วบริเวณเปลี่ยนเป็นสีชมพูสะพรั่ง ภาพนี้งดงามตัดกับแผ่นหินผาขนาดใหญ่ถูกลำเลียงมาสร้างเป็นกำแพงปราสาท

 

จากนั้นก็ไปทำความรู้จักกับยุคเอโดะตอนปลาย (กลางศตวรรษที่ 19) ย้ายสถานที่ไปยัง ′Osaka Museum of House and Living′ อยู่บนชั้น 8-10 ของ Urban Redevelopment and Housing Bureau ชั้น 9 จำลองบ้านเรือนและชีวิตเสมือนจริงหมู่บ้านนานิวะ ปรับแต่งบรรยากาศแปรเปลี่ยน 4 ฤดู แสดงวิถีชีวิตจากเช้าตรู่จดค่ำเหมือนได้ย้อนเวลาไปสัมผัสของจริง ช่วงกรกฎาคมจะมีกระบวนแห่เทพเจ้าศาลเทนมังงุ การจุดพลุเฉลิมฉลองกลางพระจันทร์เหมือนจริง

 

สร้างบ้านเรือนจำลองขนาดและสัดส่วนใกล้เคียงของเดิมมากที่สุด รวบรวมเครื่องใช้ในอดีตไว้ เช่น ร้านขายยาร้านกิโมโน ร้านช่างไม้ โรงอาบน้ำ สร้างพิพิธภัณฑ์แบบใหม่ให้คนชมมีส่วนร่วมหยิบจับสิ่งของใกล้ตัวได้ตามสมควร เช่น ลองสวมชุดยูกาตะ สวมเกี๊ยะเดินเล่นภายในชุมชนจำลอง

 

บริเวณชั้น 8 แสดงนิทรรศการย่อส่วนบ้านเรือนสังคมญี่ปุ่นสมัยใหม่ยุคเมจิหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เริ่มเปิดประเทศเพิ่มความน่าสนใจด้วยวิดีโอสามมิติเล่าเรื่องเมือง และแกลเลอรี่หมุนเวียนนำนิทรรศการใหม่ๆ สะท้อนอดีตมาให้ชม เป็นประจำ

 

จากนั้นก็หันไปชมเทคโนโลยีทางประมงญี่ปุ่นสมัยใหม่ ในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำขนาดใหญ่ใกล้ชายฝั่งทะเล ทำตู้ปลาขนาดมหึมาให้ศึกษาเรียนรู้โลกใต้ทะเล เด็กๆ เพลิดเพลินการชมพันธุ์สัตว์ทะเลหายากอย่าง ฉลามวาฬ ฉลามหัวค้อนปลาซันฟิช ปลากระเบน 

 

ถ้ายังมีเวลาพอก็ขับรถจากโอซากาออกนอกเมืองราว 40 นาที ไปยัง ′เมืองนารา′ ชมสวนสาธารณะมีกวางป่า สัตว์สงวน ใช้ชีวิตกลมกลืนอยู่กับคน พอเข้าเขตวัดโทได-จิ จะยิ่งมีกวางมากขึ้น วัดนี้ยูเนสโก้ขึ้นทะเบียนมรดกโลก อาคารสร้างด้วยไม้ใหญ่ที่สุด...แดนปลาดิบวันนี้ มีวิถีวัฒนธรรมอีกมากมายให้ท่องเที่ยว


--
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
http://www.baanjomyut.com/library/lotus
http://www.educationatclick.com
http://www.pwdom.com
http://weblogcamp2009.blogspot.com/2009
http://www.twitter.com/kajorn
http://www.twitter.com/BKKFlashCamp
http://camp02.readyhomepage.com
http://www.twitter.com/sun1951
http://www.twitter.com/joomlacorner
http://sun1951.vaivaitraining.com
http://sun1951.wordpress.com
http://www.educationatclick.com/th/

วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2552

[ThaiEMP] บทไหว้ครูแพทย์ไทย



Please visit blog.Thanks for visiting!
http://www.parent-youth.net
http://www.thaihof.org
http://www.tzuchithailand.org
http://www.presscouncil.or.th
http://elibrary.nfe.go.th
http://ilaw.or.th
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://icann-ncuc.ning.com
http://dbd-52.hi5.com
http://www.industry4u.com
http://logistics.dpim.go.th
http://weblogcamp2009.blogspot.com
http://www.educationatclick.com/th/

--- On Fri, 8/14/09, grsfc@mahidol.ac.th <grsfc@mahidol.ac.th> wrote:

From: grsfc@mahidol.ac.th <grsfc@mahidol.ac.th>
Subject: [ThaiEMP]  บทไหว้ครูแพทย์ไทย
To: thaiemp@googlegroups.com
Cc: grsfc@mahidol.ac.th
Date: Friday, August 14, 2009, 1:11 AM

August 14, 2009
Dear Surajit,
Many thanks for this poem which is very beautiful and meaningful.  I like it very much.  I don't think I have seen it before.  I highly recommend you to distribute it to all medical schools in Thailand.

Suthat Fucharoen


Quoting Surajit Suntorntham <surajitsun@gmail.com>:

> ตามต้นฉบับของ พระยาวิชยาธิบดี (กล่อม)
> ผู้ว่าราชการเมืองจันทบูรณ์
>
> **    ข้าขอประนมหัตถ์                           
> พระไตรรัตนนาถา
> ตรีโลกอมรมา                                         
>  อภิวาทนาการ
>          อนึ่งข้าอัญชลี                             
>      พระฤาษีผู้ทรงญาณ
> แปดองค์เธอมีฌาน                                 
> โดยรอบรู้ในโรคา
>          ไหว้คุณอิศวเรศ                             
>  ทั้งพรหมเมศทุกชั้นฟ้า
>
> สาปสรรค์ซึ่งหว้านยา                               
> ประทานทั่วโลกธาตรี
>          ไหว้ครูกุมารภัจ                           
>    ผู้เจนจัดในคัมภีร์
> เวชศาสตรบรรดามี                                 
> ให้ทานทั่วแก่นรชน
>          ไหว้ครูผู้สั่งสอน                         
>      แต่ปางก่อนเจริญผล
> ล่วงลุนิพพานดล                                     
>  สำเร็จกิจประสิทธิ์พร
>
> **    ๑   จะกล่าวคัมภีร์ฉัน                       
> ทศาสตรบรรพ์ที่ครูสอน
> เสมอดวงทินกร                                       
> แลดวงจันทร์กระจ่างตา
>          ๒    ส่องสัตว์ให้สว่าง                     
>   กระจ่างแจ้งในมรรคา
> หมอนวดแลหมอยา                                 
> ผู้เรียนรู้คัมภีร์ไสย์
>
>          ๓    เรียนรู้ให้ครบหมด                   
> จนจบบทคัมภีร์ใน
> ฉันทศาสตร์ท่านกล่าวไข                           
> สิบสี่ข้อจงควรจำ
>
> **     ๔    เป็นแพทย์นี้ยากนัก                 
> จะรู้จักซึ่งกองกรรม
> ตัดเสียซึ่งบาปธรรม                                 
> สิบสี่ตัวจึ่งเที่ยงตรง
>          ๕    เป็นแพทย์ไม่รู้ใน                     
> คัมภีร์ไสย์ท่านบรรจง
> รู้แต่ยามาอ่าองค์                                   
>     รักษาไข้ไม่เข็ดขาม
>          ๖    บางหมอก็กล่าวคำ                     
> มุสาซ้ำกระหน่ำความ
> ยกตนว่าตนงาม                                       
> ประเสริฐยิ่งในการยา
>          ๗    บางหมอก็เกียจกัน                   
> ที่พวกอันแพทย์รักษา
> บ้างกล่าวเป็นมารยา                                 
> เขาเจ็บน้อยว่ามากครัน
>          ๘    บ้างกล่าวอุบายให้                     
> แก่คนไข้นั้นหลายพัน
> หวังลาภจะเกิดพลัน                                 
> ด้วยเชื่อถ้อยอาตมา
>          ๙    บางทีไปเยียนไข้                       
> บ  มีใครจะเชิญหา
> กล่าวยกถึงคุณยา                                     
> อันตนรู้ให้เชื่อฟัง
>          ๑๐    บางแพทย์ก็หลงเล่ห์               
> ด้วยกาเมเข้าปิดบัง
> รักษาโรคด้วยกำลัง                                   
> กิเลสโลภะเจตนา
>          ๑๑    บางพวกก็ถือตน                     
> ว่าไข้คนอนาถา
> ให้ยาจะเสียยา                                       
>    บ  ห่อนลาภจะพึงมี
>          ๑๒    บ้างถือว่าตนเฒ่า                   
> เป็นหมอเก่าชำนาญดี
> รู้ยาไม่รู้ที
> รักษาได้ก็ชื่นบาน
>          ๑๓    แก่กายไม่แก่รู้                     
>   ประมาทผู้อุดมญาณ
> แม้เด็กเป็นเด็กชาญ                               
> ไม่ควรหมิ่นประมาทใจ
>
> บท ๑๙- ๓๗  บรรยายถึงคุณธรรมที่แพทย์พึงมี ๑๔ ประการ
>
> **     ๑๙    ไม่รู้คัมภีร์เวช                       
>  ห่อนเห็นเหตุซึ่งโรคทำ
> แพทย์เอ๋ยอย่างมคลำ                               
> จักขุมืด  บ  เห็นหน
>          ๒๐    แพทย์ใดจะหนีทุกข์               
> ไปสู่สุขนิพพานดล
> พิริยสติตน
> ประพฤติได้จึ่งเป็นการ
>          ๒๑    ศีลแปดแลศีลห้า                     
> เร่งรักษาสมาทาน
> ทรงไว้เป็นนิจกาล                                   
> ทั้งไตรรัตน์สรณา
>          ๒๒    เห็นลาภอย่าโลภนัก               
> อย่าหาญหักด้วยมารยา
> ไข้น้อยว่าไข้หนา                                   
>   อุบายกล่าวให้พึงกลัว
>          ๒๓    โทโสจงอดใจ                       
> สุขุมไว้อยู่ในตัว
> คนไข้ยิ่งคร้ามกลัว                                 
>   มิควรขู่ให้อดใจ
>          ๒๔    โมโหอย่าหลงเล่ห์                 
> ด้วยกาเมมิจฉาใน
> พยาบาทแก่คนไข้                                   
> ทั้งผู้อื่นอันกล่าวกล
>          ๒๕    วิจิกิจฉาเล่า                       
>   จงถือเอาซึ่งครูตน
> อย่าเคลือบแคลงอาการกล                       
> เห็นแม่นแล้วเร่งวางยา
>          ๒๖    อุทธัจจังอย่าอุทธัจ                 
> เห็นถนัดในโรคา
> ให้ตั้งตนดังพระยา                                   
>  ไกรสรราชเข้าราวี
>          ๒๗    อนึ่งโสดอย่าซบเซา               
> อย่าง่วงเหงานั้นมิดี
> เห็นโรคนั้นถอยหนี                                   
> กระหน่ำยาอย่าละเมิน
>          ๒๘    ทิฏฐิมาโนเล่า                       
> อย่าถือเอาซึ่งโรคเกิน
> รู้น้อยอย่าด่วนเดิน                                 
>    ทางใดรกอย่าครรไล
>          ๒๙    อย่าถือว่าตนดี                       
>  ยังจะมียิ่งขึ้นไป
> อย่าถือว่าตนใหญ่
> กว่าเด็กน้อยผู้เชี่ยวชาญ
>          ๓๐    ผู้ใดรู้ในทางธรรม                 
> ให้ควรยำอย่าโวหาร
> เรียนเอาเป็นนิจกาล                                 
> เร่งนบนอบให้ชอบที
>          ๓๑    ครูพักแลครูเรียน                   
> อักษรเขียนไว้ตามมี
> จงถือว่าครูดี
> เพราะได้เรียนจึ่งรู้มา
>          ๓๒    วิตักโกนั้นบทหนึ่ง                 
> ให้ตัดซึ่งวิตักกา
> พยาบาทวิหิงสา                                       
>  กามราคในสันดาน
>          ๓๓    วิจาโรให้พินิจ                       
>  จะทำผิดฤาชอบกาล
> ดูโรคกับยาญาณ                                     
> ให้ต้องกันจะพลันหาย
>          ๓๔    หิริกังละอายบาป                   
> อันยุ่งหยาบสิ้นทั้งหลาย
> ประหารให้เสื่อมคลาย                             
> คือตัดเสียซึ่งกองกรรม
>          ๓๕    อโนตัปปังบทบังคับ               
> บาปที่ลับอย่าพึงทำ
> กลัวบาปแล้วจงจำ                                   
> ทั้งที่แจ้งจงเว้นวาง
>          ๓๖    อย่าเกียจแก่คนไข้                 
> คนเข็ญใจขาดในทาง
> ลาภผลอันเบาบาง                                   
> อย่าเกียจคนพยาบาล
>
>          ๓๗    เท่านี้กล่าวไว้ใน                   
> ฉันทศาสตรเป็นประธาน
> ลอนกล่าวให้วิตถาร                                 
> ใครรู้แท้นับว่าชาย
>
>
>
> จากตำราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ ฉบับหลวง
> (ดูเพิ่มเติม...<http://www.snr.ac.th/elearning/orrawan-thai/page5.html>
> )
>
> http://www.snr.ac.th/elearning/orrawan-thai/page5.html
>
> --
> นายแพทย์สุรจิต สุนทรธรรม
> ๑๒๐ หมู่ ๓ ชั้น ๒-๔ อาคารรวมหน่วยงานราชการ
> ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐
> ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง
> เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ฯ ๑๐๒๑๐
> โทรศัพท์ ๐๒ ๑๔๑ ๕๐๒๐, โทรสาร ๐๒ ๑๔๓ ๙๗๓๐
> --
> เลขานุการ: คุณปิยะนันท์ วรรณพงษ์ (ตุ๋ม)
> โทรศัพท์ 028 314 195, 08 9845 0670, 08 1906 0266
> --
> To ensure you receive every message from me, add
> surajitsun@gmail.com to
> your address book.
> --
> If you cannot read this email properly, please click
> "View" on the menu bar,
> and then select "Encoding". If "Thai (Window)" has
> been selected, please
> click on "Unicode (UTF-8)".
>
> >
>


-------------------------------------------------
This mail sent through MU-Webmail: webmail.mahidol.ac.th

--~--~---------~--~----~------------~-------~--~----~
* ท่านได้รับข้อความนี้เนื่องจากคุณเป็นสมาชิกกลุ่มสานเสวนา "ผู้สร้างสรรค์ระบบสุขภาพไทยและผู้ปฏิบัติการฉุกเฉิน" หากประสงค์ปรับเปลี่ยนหรือยกเลิกการรับข้อความกรุณาเข้าไปที่ website: http://groups.google.co.th/group/thaiemp/subscribe

กรณีต้องการอ่านการสานเสวนาย้อนหลัง โปรดไปที่กลุ่มสานเสวนานี้โดยคลิกที่
http://groups.google.co.th/group/thaiemp?hl=th หรือ http://groups.google.co.th/group/thaiemp/topics

กรณีต้องการเสนอหัวเรื่องใหม่ กรุณาส่งอีเมลไปที่ thaiemp@googlegroups.com

กรณีที่ท่านเห็นสมควรเรียนเชิญบุคคลเข้าร่วมกลุ่มสานเสวนานี้ กรุณาเรียนเชิญให้เข้าไปที่ http://groups.google.co.th/group/thaiemp แล้วเลือก "เข้าร่วมกลุ่มนี้" ในเมนูด้านขวามือครับ
-~----------~----~----~----~------~----~------~--~---


ขอรับบริจาคแผ่น CD ที่ไม่ใช้แล้วหน่อยนะครับ



Please visit blog.Thanks for visiting!
http://www.parent-youth.net
http://www.thaihof.org
http://www.tzuchithailand.org
http://www.presscouncil.or.th
http://elibrary.nfe.go.th
http://ilaw.or.th
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://icann-ncuc.ning.com
http://dbd-52.hi5.com
http://www.industry4u.com
http://logistics.dpim.go.th
http://weblogcamp2009.blogspot.com
http://www.educationatclick.com/th/

--- On Mon, 8/17/09, สุกัญญา นิยมตรุษะ <niyomtrusa2@hotmail.com> wrote:

From: สุกัญญา นิยมตรุษะ <niyomtrusa2@hotmail.com>
Subject:  ขอรับบริจาคแผ่น CD ที่ไม่ใช้แล้วหน่อยนะครับ
To:
Date: Monday, August 17, 2009, 7:47 AM




From: chaojoon@hotmail.com
To:
Sent: Tuesday, August 11, 2009 1:08 PM

Subject: Fw: : ขอรับบริจาคแผ่น CD ที่ไม่ใช้แล้วหน่อยนะครับ



----- Original Message -----

To:

Sent: Tuesday, August 11, 2009 8:37 AM

Subject: Fw: : ขอรับบริจาคแผ่น CD ที่ไม่ใช้แล้วหน่อยนะครับ


-----Forwarded by Pornpisit Promjart/THAIAIRWAYS on 08/11/2009 08:37AM -----


To:  
From: Patchareeporn Manoyen/THAIAIRWAYS
Date: 08/10/2009 03:06PM
Subject: Fw: : ขอรับบริจาคแผ่น CD ที่ไม่ใช้แล้วหน่อยนะครับ




Patchareeporn Manoyen
# 69-3096

-----Forwarded by Patchareeporn Manoyen/THAIAIRWAYS on 10/08/2009 15:05 -----


To: 
From: Kitti Sriwong/THAIAIRWAYS
Date: 07/08/2009 16:30
Subject: Fw: : ขอรับบริจาคแผ่น CD ที่ไม่ใช้แล้วหน่อยนะครับ


-----Forwarded by Kitti Sriwong/THAIAIRWAYS on 08/07/2009 04:30PM -----


To:
From: Marisa Anotai/THAIAIRWAYS
Date: 08/07/2009 08:48AM
Subject: Fw: : ขอรับบริจาคแผ่น CD ที่ไม่ใช้แล้วหน่อยนะครับ








เพื่อนๆ


เราโทรไปที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรีแล้ว ยังรับบริจาคอยู่ค่ะ


กิ๊ฟ




สวัสดีครับวันนี้ทางทีมงานจะมาขอความร่วมมือ และน้ำใจ จากเพื่อนๆทุกคน
เพราะ ว่าเป็นของที่เราน่าจะมีกันทุกคนนะครับ คือ อยากจะขอรับบริจาค แผ่น CD ที่ไม่ใช้แล้ว


นำไปมอบให้กับอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อนำไปสร้างรั้วกั้นช้างป่าไม่ให้ออกมา


บุกรุกที่เพาะปลูกของชาวบ้านที่ อาศัยอยู่รอบๆบริเวณอุทยาน ซึ่งประสบปัญหาช้างป่าบุกรุกที่เพาะปลูก


เพื่อหาอาหารและน้ำกิน ทำให้ชาวบ้านต้องค้นหาวิธีป้องกันช้างป่าโดยใช้วิธีประทัด และรั้วไฟฟ้าทำให้


เป็นอันตายถึงตายต่อช้าง

ทางอุทยานได้คิดหาวิธีที่ปลอดภัยที่สุด คือ
ทำรั้วด้วยแผ่นซีดีและแบตเตอรี่รถยนต์ 100แอมป์ เชื่อมกับสปอร์ตไลท์ที่แขวนไว้ระดับเดียวกับแผ่นซีดี
เมื่อมีลมพัดแผ่นซีดีก็จะหมุนไปมา ทำให้เกิดแสงวูบวาบ จะทำให้ช้างตกใจไม่กล้าออกจากป่า
ส่วนในช่วงกลางวันนั้นไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ เพราะแผ่น cd
จะสะท้อนแสงอาทิตย์เองอยู่แล้ว

สถานที่รับบริจาค
สามารถส่งมาได้ที่ บริษัท เวโลฟ ไทย จำกัด
29 อาคาร BBC ชั้น 14 ยูนิต 1404 ซอยเอกมัย ถนน สุขุมวิท63
แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพ 10110
โทร.02-726-9000

หรือหากสะดวกสามารถส่งไปโดยตรง
ที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี
ตู้ ปณ.10 ปณจ.กุยบุรี  อ. กุยบุรี  จ. ประจวบคีรีขันธ์   77150
โทร.032-646-292

ให้คนรู้ว่าเราไม่ได้มีแต่หมีแพนด้า 555


อันนี้น่าจะเป็นรูปที่ทางอุทยานกำลังจะทำรั้วกั้น
เครดิตจาก คุณ สหายสาริกา แห่งเว็บ พันทิพย์ครับ




________________________________






See all the ways you can stay connected to friends and family




Share your memories online with anyone you want anyone you want.










Windows Live™: Keep your life in sync. Check it out.



Share your memories online with anyone you want anyone you want.



check out the rest of the Windows Live™. More than mail–Windows Live™ goes way beyond your inbox. More than messages



Share your memories online with anyone you want anyone you want.

--สิ่งที่แนบมาที่เป็นข้อความส่งต่อ--
Date: Sat, 15 Aug 2009 20:01:14 -0700
From: surin_ath@yahoo.com
Subject:  ขอรับบริจาคแผ่น CD ที่ไม่ใช้แล้วหน่อยนะครับ
To:


--- On Fri, 8/14/09, Love f <love_f28@hotmail.com> wrote:

From: Love f <love_f28@hotmail.com>
Subject:  ขอรับบริจาคแผ่น CD ที่ไม่ใช้แล้วหน่อยนะครับ
To:



To:
From: Marisa Anotai/THAIAIRWAYS
Date: 08/07/2009 08:48AM
Subject: Fw: : ขอรับบริจาคแผ่น CD ที่ไม่ใช้แล้วหน่อยนะครับ


เพื่อนๆ
เราโทรไปที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรีแล้ว ยังรับบริจาคอยู่ค่ะ
กิ๊ฟ



สวัสดีครับวันนี้ทางทีมงานจะมาขอความร่วมมือ และน้ำใจ จากเพื่อนๆทุกคน
เพราะ ว่าเป็นของที่เราน่าจะมีกันทุกคนนะครับ คือ อยากจะขอรับบริจาค แผ่น CD ที่ไม่ใช้แล้ว
นำไปมอบให้กับอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อนำไปสร้างรั้วกั้นช้างป่าไม่ให้ออกมา
บุกรุกที่เพาะปลูกของชาวบ้านที่ อาศัยอยู่รอบๆบริเวณอุทยาน ซึ่งประสบปัญหาช้างป่าบุกรุกที่เพาะปลูก
เพื่อหาอาหารและน้ำกิน ทำให้ชาวบ้านต้องค้นหาวิธีป้องกันช้างป่าโดยใช้วิธีประทัด และรั้วไฟฟ้าทำให้
เป็นอันตายถึงตายต่อช้าง

ทางอุทยานได้คิดหาวิธีที่ปลอดภัยที่สุด คือ
ทำรั้วด้วยแผ่นซีดีและแบตเตอรี่รถยนต์ 100แอมป์ เชื่อมกับสปอร์ตไลท์ที่แขวนไว้ระดับเดียวกับแผ่นซีดี
เมื่อมีลมพัดแผ่นซีดีก็จะหมุนไปมา ทำให้เกิดแสงวูบวาบ จะทำให้ช้างตกใจไม่กล้าออกจากป่า
ส่วนในช่วงกลางวันนั้นไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ เพราะแผ่น cd จะสะท้อนแสงอาทิตย์เองอยู่แล้ว

สถานที่รับบริจาค
สามารถส่งมาได้ที่ บริษัท เวโลฟ ไทย จำกัด
29 อาคาร BBC ชั้น 14 ยูนิต 1404 ซอยเอกมัย ถนน สุขุมวิท63
แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพ 10110
โทร.02-726-9000

หรือหากสะดวกสามารถส่งไปโดยตรง
ที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี
ตู้ ปณ.10 ปณจ.กุยบุรี  อ. กุยบุรี  จ. ประจวบคีรีขันธ์   77150
โทร.032-646-292

ให้คนรู้ว่าเราไม่ได้มีแต่หมีแพนด้า 555


อันนี้น่าจะเป็นรูปที่ทางอุทยานกำลังจะทำรั้วกั้น
เครดิตจาก คุณ สหายสาริกา แห่งเว็บ พันทิพย์ครับ




________________________________




See all the ways you can stay connected to friends and family


Share your memories online with anyone you want anyone you want.







Windows Live™: Keep your life in sync. Check it out.

Share your memories online with anyone you want anyone you want.

check out the rest of the Windows Live™. More than mail–Windows Live™ goes way beyond your inbox. More than messages



ด้วย Windows Live คุณสามารถจัดการ แก้ไข และ แบ่งปันภาพถ่ายของคุณ

วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2552

รัตตัญญูชน"กรุณา กุศลาสัย"ผู้จากไป

รัตตัญญูชน"กรุณา กุศลาสัย"ผู้จากไป


 

        ครูบาอาจารย์ทางตัวหนังสือของผมอีกท่านหนึ่ง  "กรุณา  กุศลาสัย"  ท่านก็สิ้นเหตุปัจจัยแห่งชีวิตจากภพ-จากชาตินี้ไปแล้วเมื่อวาน  (๑๔  ส.ค.๕๒)  "ท่านจันทร์"  ฝากก๊อบปี้ข้อความหนึ่งมากับนักข่าวถึงผม  เป็นข้อความด้วยตัวพิมพ์ดีดเมื่อ  ๒๐  กว่าปีที่แล้วเก็บไว้  คงจะถ่ายสำเนามาหลายทอด   ในฉบับที่ผมได้รับตัวอักษรจึงค่อนข้างจะชุ่มหมึก  ผิด-ถูกอย่างไรอภัยด้วย  ผมจะค่อยๆ  แกะให้อ่านกัน  ดังนี้

     คำขอร้องเกี่ยวกับการตายของพ่อ

     ถึง  เกษ  ยุ้ย  และ  กือ  ลูกรักทั้งสามคน

     ด้วยพ่อได้คำนึงถึงวัยและสังขารของตนเองเห็นว่า  ความชราได้เข้ามาครอบงำพ่อทั้งในด้านรูปธรรมและนามธรรม  ไม่ควรจะตั้งอยู่ในความประมาท  จึงใคร่ขอร้องลูกทั้งสามคน  ทั้งโดยส่วนตัวแต่ละคน  และโดยส่วนรวมร่วมกันทั้งสามคน  ให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้  ในกรณีที่พ่อถึงแก่ความตาย

     ๑.ให้รีบติดต่อแจ้งการตายต่อเขตท้องที่ภายใน  ๒๔  ชั่วโมง  เพื่อขอมรณบัตร  การขอมรณบัตรต้องนำทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนของพ่อไปแสดง  (พ่อได้ถ่ายสำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนไว้เรียบร้อย  และได้มอบไว้กับลูกแต่ละคน  คนละ  ๑  ชุดแล้ว)

     ๒.โดยที่พ่อได้อุทิศตนเป็นวิทยาทาน  ขอให้แจ้งการตายให้เจ้าหน้าที่ประจำภาควิชากายวิภาคศาสตร์  โรงพยาบาลศิริราช  ทราบ-ภายใน  ๒๔  ชั่วโมง  (โทรศัพท์หมายเลข  ๔๑๑-๒๐๐๗  หรือ  ๔๑๑-๐๖๔๑-๙  ต่อ  ๓๐๕,  ๓๐๗,  ๓๑๒)  เจ้าหน้าที่จะมาฉีดยารักษาศพ  และรับศพไปเก็บไว้ที่โรงพยาบาล

     ๓.หากจะทำพิธีทางศ่าสนาให้พ่อ  ขอให้ใช้สถานที่วัด  ซึ่งจะเป็นวัดใดก็แล้วแต่จะสะดวก  พิธีนั้นขอให้เรียบง่าย  ไม่ต้องนำศพมาจากโรงพยาบาล  หากให้ใช้รูปถ่ายของพ่อซึ่งพ่อได้จัดพิมพ์ขยายไว้เรียบร้อยแล้ว  ตั้งแทนหีบศพ  พิธีไม่ควรจะยืดเยื้อเกิน  ๓  วัน  และควรจะสิ้นสุดลงด้วยการฟังเทศน์และทำบุญเลี้ยงพระตามประเพณี

     ๔.หลังจากเสร็จพิธีทางศาสนาแล้ว  ขอให้ลงแจ้งความข่าวการตายของพ่อในหนังสือพิมพ์รายวันเป็นเวลา  ๗  วันติดต่อกัน  โดยมีข้อความต่อไปนี้

     "นายกรุณา  กุศลาสัย  ถึงแก่กรรมด้วยโรค...เมื่อวันที่...เดือน...พ.ศ...รวมอายุได้...ปี  เจ้าภาพได้จัดการศพเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่...เดือน...พ.ศ...ผู้ตายประสงค์ให้เรียนให้ผู้เคารพนับถือทราบทั่วกันโดยแจ้งความนี้  และขอประทานอภัย  หากได้ล่วงเกินท่านผู้ใดด้วยกาย  วาจา  และใจ  ในระหว่างที่มีชีวิตอยู่"

     หวังว่าลูกทั้งสามคนคงจะช่วยสงเคราะห์พ่อเป็นครั้งสุดท้ายด้วยการปฏิบัติให้คำขอร้องข้างต้นของพ่อลุล่วงไปโดยดี

                                             กรุณา กุศลาสัย

                                          (นายกรุณา กุศลาสัย)

                                        วันที่ ๑๓ เดือน มิถุนายน พ.ศ.๒๕๒๙

     ครับ...ก็คงไม่ต้องอธิบายอะไรอีก  ท่านอาจารย์กรุณาถึงแก่กรรมด้วยเสื่อมสภาพสังขารตามวัย  ๘๙  ปี  ทางญาติทำพิธีบำเพ็ญกุศลให้ท่านในวันนี้  คือวันเสาร์ที่  ๑๕  ส.ค.ที่วัดเครือวัลย์วรวิหาร   ถนนอรุณอัมรินทร์  บางกอกใหญ่  ก็อยู่ในละแวกเดียวกับวัดระฆังฯ  วัดอรุณฯ  กรมอู่ทหารเรือนั่นแหละ

     ท่านเป็นศิลปินแห่งชาติ  สาขาวรรณศิลป์  เมื่อปี  ๒๕๔๖  แต่ที่สำคัญกับผมคือ  ผมหมั่นเพียรเรียน-อ่าน  ได้ความรู้  ได้ความคิดจากงานเขียน  งานแปลหนังสือของท่านมาแต่เด็ก  แต่มิมีวาสนาได้พบพานกับท่านเลย  และเมื่อทราบว่าถึงคราที่ท่านต้องละคราบสังขารจากภพนี้ไปตามกาลอันควรแล้ว

     ศิษย์จากตัวหนังสือคนนี้  ขอคารวะแทบเท้า  "ส่งอาจารย์"  ตรงนี้ด้วยครับ!

http://www.thaipost.net/news/150809/9303

--
      Weblink
http://ilaw.or.th
www.patani-conference.net
http://www.thaihof.org
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://elibrary.nfe.go.th
http://www.thaisara.com
http://www.rmutr.ac.th
http://www.bedo.or.th/default.aspx
http://weblogcamp2009.blogspot.com
http://seminarmon.blogspot.com
http://seminartue.blogspot.com
http://seminarwed.blogspot.com
http://seminarthu.blogspot.com
http://seminarfri.blogspot.com
http://seminar1951.blogspot.com
http://seminardd.com

กรุณา กุศลาสัย

กรุณา กุศลาสัย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

กรุณา กุศลาสัย
นามปากกา: กรุณา-เรืองอุไร กุศลาสัย
เกิด: 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2463
ปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์
เสียชีวิต: 14 สิงหาคม พ.ศ. 2552
อาชีพ: นักเขียน นักหนังสือพิมพ์
คู่สมรส: เรืองอุไร หิญชีระนันท์ (พ.ศ. 2492 - ปัจจุบัน)

กรุณา กุศลาสัย (10 พฤษภาคม พ.ศ. 2463 - 14 สิงหาคม พ.ศ. 2552) เป็นนักเขียนบทความและสารคดี เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาฮินดี ภาษาสันสกฤต และวัฒนธรรมอินเดีย ได้รับการเชิดชูเกียรติ รางวัลศรีบูรพา ประจำปี พ.ศ. 2538 รางวัลนราธิป ประจำปี พ.ศ. 2544 และ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี พ.ศ. 2546 ผลงานที่มีชื่อเสียง คือ ผลงานแปลกวีนิพนธ์ "คีตาญชลี" ของรพินทรนาถ ฐากูร และอัตชีวประวัติ ชื่อเรื่อง "ชีวิตที่เลือกไม่ได้"

กรุณา กุศลาสัย เดิมชื่อ นายกิมฮง แซ่โค้ว [1] เกิดในเรือกระแชง หน้าวัดตะแบก ตำบลแควใหญ่่ อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ บิดามารดามีเชื้อสายจีนแต้จิ๋ว มีอาชีพค้าขายทางเรือ แต่เสียชีวิตเมื่อกรุณายังเด็ก จึงเติบมาโดยการเลี้ยงดูของน้าสาว เมื่อน้าสาวเสียชีวิตจึงได้ไปบวชเป็นสามเณร เมื่อ พ.ศ. 2476 เมื่ออายุ 13 ปี ในโครงการ "พระภิกษุสามเณรใจสิงห์" ของพระโลกนาถ พระสงฆ์ชาวอิตาลี (มีชื่อเดิมว่า Salvatore Cioffi) เพื่อนำภิกษุสามเณรจากประเทศไทย พม่า ศรีลังกา ไปศึกษาอบรมที่ประเทศอินเดีย

กรุณา ได้ศึกษาภาษาฮินดี ภาษาสันสกฤต และภาษาอังกฤษจนเชี่ยวชาญ สอบภาษาฮินดีได้ที่ 1 ของอินเดีย ได้รับทุนการศึกษาจากสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต เมื่ออายุเพียง 18 ปี [2] และเริ่มเขียนข่าวและบทความ ส่งมาตีพิมพ์ในประเทศไทย ในวารสาร ธรรมจักษุ พุทธศาสนา และ ประชาชาติ ใช้นามปากกา "สามเณรไทยในสารนาถ" จากนั้นได้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยวิศวภารติ ศานตินิเกตัน แคว้นเบงกอลตะวันออก ของท่านรพินทรนาถฐากูร เมื่อ พ.ศ. 2482

เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง สามเณรกรุณาถูกจับเป็นเชลยศึก เนื่องจากเป็นพลเมืองไทย ซึ่งเป็นประเทศคู่สงครามกับอังกฤษ ซึ่งเป็นผู้ปกครองอินเดีย และต้องเข้าค่ายกักกันในนิวเดลี พร้อมกับพระโลกนาถ และเฟื้อ หริพิทักษ์ ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยวิศวภารติ ศานตินิเกตัน ในขณะนั้น กรุณาได้ลาสิกขาบท และพบรักกับโยโกะ โมริโมโตะ เชลยชาวญี่ปุ่นในค่ายเดียวกัน แต่ทั้งคู่ได้แยกจากกันหลังสงครามสงบ [3]

หลังสงคราม กรุณาเดินทางกลับประเทศไทย โดยไม่ศึกษาต่อให้จบ และทำงานเป็นครูสอนภาษาสันสกฤต ภาษาอินเดีย และภาษาไทย ที่อาศรมวัฒนธรรมไทย–ภารต จากนั้นได้เป็นล่าม พนักงานแปล และเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ประจำสถานกงสุลอินเดีย (ต่อมาเป็นสถานเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย) และเป็นผู้บรรยายวิชาธรรมภาคภาษาอังกฤษ ที่มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ขณะทำงานอยู่ที่สถานทูตอินเดีย กรุณา กุศลาศัย ได้เป็นผู้แทนของรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ไปเปิดความสัมพันธ์กับประเทศจีน และเมื่อทำงานหนังสือพิมพ์ก็ได้เดินทางไปกับคณะผู้แทนการค้า ร่วมคณะกับสุวัฒน์ วรดิลก กุหลาบ สายประดิษฐ์ เพ็ญศรี พุ่มชูศรี แต่ครั้งหลัง เมื่อเดินทางกลับมาในปี พ.ศ. 2501 ภายหลังจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ทำการรัฐประหาร 20 ตุลาคม พ.ศ. 2501 ยึดอำนาจจากจอมพลถนอม กิตติขจร จึงถูกจับ และขังที่เรือนจำลาดยาว ด้วยข้อหามีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ พร้อมกับนายสังข์ พัธโนทัย และนายอารีย์ ภิรมย์ ต้องติดคุกอยู่เป็นเวลา 9 ปี จึงได้รับอิสรภาพ หลังจากล้มป่วยด้วยอาการทางสมอง และศาลอนุญาตให้ประกันตัว เพื่อไปรักษาตัวที่บ้าน และได้รับการถอนฟ้อง เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2512 [3]

กรุณา กุศลาศัย สมรสกับ เรืองอุไร กุศลาสัย (หิญชีระนันท์) เมื่อ พ.ศ. 2492 และใช้ชีวิตคู่มาจนถึงปัจจุบัน ผลงานเขียนส่วนมาก เป็นงานร่วมกันของ "กรุณา-เรืองอุไร กุศลาสัย" ปัจจุบันกรุณา กุศลาศัย ล้มป่วยด้วยโรคพาร์คินสัน และมีอาการของโรคสมองเสื่อม [4] กรุณา กุศลาศัย เสียชีวิตเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2552

[แก้] คำขอร้องเกี่ยวกับการตายของพ่อ

ถึง เกษ ยุ้ย และ กือ ลูกรักทั้งสามคน ด้วยพ่อได้คำนึงถึงวัยและสังขารของตนเองเห็นว่า ความชราได้เข้ามาครอบงำพ่อทั้งในด้านรูปธรรมและนามธรรม ไม่ควรจะตั้งอยู่ในความประมาท จึงใคร่ขอร้องลูกทั้งสามคน ทั้งโดยส่วนตัวแต่ละคน และโดยส่วนรวมร่วมกันทั้งสามคน ให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้ ในกรณีที่พ่อถึงแก่ความตาย

๑.ให้รีบติดต่อแจ้งการตายต่อเขตท้องที่ภายใน ๒๔ ชั่วโมง เพื่อขอมรณบัตร การขอมรณบัตรต้องนำทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนของพ่อไปแสดง (พ่อได้ถ่ายสำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนไว้เรียบร้อย และได้มอบไว้กับลูกแต่ละคน คนละ ๑ ชุดแล้ว)

๒.โดยที่พ่อได้อุทิศตนเป็นวิทยาทาน ขอให้แจ้งการตายให้เจ้าหน้าที่ประจำภาควิชากายวิภาคศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช ทราบ-ภายใน ๒๔ ชั่วโมง (โทรศัพท์หมายเลข ๔๑๑-๒๐๐๗ หรือ ๔๑๑-๐๖๔๑-๙ ต่อ ๓๐๕, ๓๐๗, ๓๑๒) เจ้าหน้าที่จะมาฉีดยารักษาศพ และรับศพไปเก็บไว้ที่โรงพยาบาล

๓.หากจะทำพิธีทางศ่าสนาให้พ่อ ขอให้ใช้สถานที่วัด ซึ่งจะเป็นวัดใดก็แล้วแต่จะสะดวก พิธีนั้นขอให้เรียบง่าย ไม่ต้องนำศพมาจากโรงพยาบาล หากให้ใช้รูปถ่ายของพ่อซึ่งพ่อได้จัดพิมพ์ขยายไว้เรียบร้อยแล้ว ตั้งแทนหีบศพ พิธีไม่ควรจะยืดเยื้อเกิน ๓ วัน และควรจะสิ้นสุดลงด้วยการฟังเทศน์และทำบุญเลี้ยงพระตามประเพณี

๔.หลังจากเสร็จพิธีทางศาสนาแล้ว ขอให้ลงแจ้งความข่าวการตายของพ่อในหนังสือพิมพ์รายวันเป็นเวลา ๗ วันติดต่อกัน โดยมีข้อความต่อไปนี้ "นายกรุณา กุศลาสัย ถึงแก่กรรมด้วยโรค...เมื่อวันที่...เดือน...พ.ศ...รวมอายุได้...ปี เจ้าภาพได้จัดการศพเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่...เดือน...พ.ศ...ผู้ตาย ประสงค์ให้เรียนให้ผู้เคารพนับถือทราบทั่วกันโดยแจ้งความนี้ และขอประทานอภัย หากได้ล่วงเกินท่านผู้ใดด้วยกาย วาจา และใจ ในระหว่างที่มีชีวิตอยู่"

หวังว่าลูกทั้งสามคนคงจะช่วยสงเคราะห์พ่อเป็นครั้งสุดท้ายด้วยการปฏิบัติให้คำขอร้องข้างต้นของพ่อลุล่วงไปโดยดี

กรุณา กุศลาสัย

(นายกรุณา กุศลาสัย)

วันที่ ๑๓ เดือน มิถุนายน พ.ศ.๒๕๒๙

[แก้] อ้างอิง

  1. ^ นายกรุณา กุศลาสัย บุคคลสำคัญของจังหวัดนครสวรรค์
  2. ^ คำเชิดชูเกียรติ นายกรุณา กุศลาสัย ศิลปินแห่งชาติ
  3. ^ 3.0 3.1 กองทุนศิลปินครูบ้านป่า สลา คุณวุฒิ
  4. ^ หนังสือพิมพ์ ข่าวสด วันอังคารที่ 5 มิถุนายน 2550
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%B2_%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A8%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A2

--
      Weblink
http://ilaw.or.th
www.patani-conference.net
http://www.thaihof.org
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://elibrary.nfe.go.th
http://www.thaisara.com
http://www.rmutr.ac.th
http://www.bedo.or.th/default.aspx
http://weblogcamp2009.blogspot.com
http://seminarmon.blogspot.com
http://seminartue.blogspot.com
http://seminarwed.blogspot.com
http://seminarthu.blogspot.com
http://seminarfri.blogspot.com
http://seminar1951.blogspot.com
http://seminardd.com