ใครๆก็แก้กฎหมายได้(คุณก็ด้วย)
Bookmark and Share

วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ข่าวจาก สกว.(จดหมายข่าว biodata ฉบับที่ 107 วันที่ 13 สิงหาคม 2552)



ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
 
 
 
 
 
 



 



Subject: ข่าวจาก สกว.(จดหมายข่าว biodata ฉบับที่ 107 วันที่ 13 สิงหาคม 2552)
From: biodata@trf.or.th
Date: Thu, 13 Aug 2009 16:00:37 +0700



สาร biodata ฉบับที่ 107
การวิจัยและงานวิจัย (2)

เรียนสมาชิก biodata ทุกท่าน

                วันนี้ขอต่อเรื่อง "การวิจัย" และ "งานวิจัย" ต่อจากที่ค้างไว้ในฉบับ 106 โดยจะเอาความจริงอีก 2 อย่างมาขยายความ (แม้ว่าบางความจริงจะค่อนข้างเจ็บปวดบ้าง)

ความจริงที่ 4 ความจริงส่วนบุคคลของอาจารย์มหาวิทยาลัย  

บุคคลกลุ่มนี้ส่วนมากผ่านระบบการศึกษาแบบ fast track  หมายความว่าศึกษาเส้นทางด่วนเพราะมีโอกาสทางการศึกษาเหนือผู้อื่นชีวิต ตั้งแต่จำความได้ล้วนอยู่ในระบบการศึกษาและการวิจัย(เพื่อจบการศึกษา)   ทันทีที่จบการศึกษาระดับสูงก็เข้าสู่ระบบอุดมศึกษาเพื่อใช้การศึกษาสร้างคน (ออกไปเป็นกำลังการผลิตในระบบเศรษฐกิจ)  และใช้วิจัยเพื่อสร้างความก้าวหน้าในอาชีพของตน   ซึ่งในที่สุดแล้วยิ่งตอกย้ำความจริงข้อที่ 3  (ที่เสนอไว้ในฉบับที่แล้ว) จนผู้ประกอบการ "ขาดศรัทธา" ต่องานวิจัย  

อาจารย์มหาวิทยาลัยมีศักยภาพสูงมากหากเราสามารถทำให้ "รู้ร้อนรู้หนาว" ต่อความเป็นจริงของการขาดความรู้ในระบบสร้างเศรษฐกิจของผู้ประกอบการ แต่การศึกษาแบบfast track ทำให้ขาดประสบการณ์จริง  เขาจึงไม่กล้าพอ   ดังนั้น  แหล่งทุนวิจัยต้องใช้ทรัพยากร (ทุนวิจัย) ให้เกิดเป็น "สะพาน" ทอดให้ผู้ประกอบการและอาจารย์มหาวิทยาลัยไปมาหาสู่เพื่อรู้จัก "จริต" ของกันและกัน   จะได้ปรับมโนทัศน์ให้กว้างเพื่อเข้าใจบริบทผู้อื่น  

ความเข้าใจผิดจนเกิดความจริง (ที่ไม่ควรจริง) 2-3 ข้อที่กล่าวมาแล้วนั้น คือ "มายาคติ" ที่ขังความคิดของคนในวงการวิจัย โครงการของ สกว. ที่เกี่ยวกับการศึกษาและการพัฒนาจึงเป็นกุญแจไขให้ผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายหลุดพ้นจากกรงขังของมายาคติ  และเป็นสะพานทอดข้ามอาณาเขตหวงห้าม  ให้ภาคการศึกษา ภาคเศรษฐกิจ ภาคประชาสังคม และภาควิชาการไปมาหาสู่กัน  เพื่อให้การเรียนรู้จาก "กระบวนการวิจัย" ขยายกว้างออก   แล้วจึงจะนำไปสู่ความจริงข้อที่ 5

 ความจริงที่ 5  ความจริงของคำขวัญ สกว.  "สร้างสรรค์ปัญญา  พัฒนาประเทศ"

สองวลีในคำขวัญนี้มีพันธะต่อกัน สกว. ไม่ต้องการ "สร้างสรรค์ปัญญา" เฉยๆ อย่างไม่มีพันธะ   เพราะเจตนาสูงสุดคือการ "พัฒนาประเทศ" เมื่อมีการพัฒนาประเทศเป็นเป้าหมายใหญ่  เราจึงต้องพัฒนาคนทุกกลุ่มไปพร้อมๆกัน ต้องทำให้การสร้างสรรค์ปัญญาเกิดกับคนหมู่มาก (ไม่เว้นแม้แต่ชาวบ้านที่หลายคนมักจะคิดว่าล้าหลังเกินกว่าที่จะเกิดการพัฒนาจาก "กระบวนการทำวิจัยด้วยตนเอง" ได้)   นักศึกษาปริญญาตรีเขาก็เป็นกำลังพัฒนาประเทศ (ตัวจริง)  นายก อบต. ก็ใช่   ครูที่เป็นตัวจักรสำคัญในระบบการศึกษาก็ใช่  นักเรียนที่ขาดโอกาสการศึกษาในระดับอุดมศึกษาก็ใช่  พระสงฆ์ก็ใช่ ฯลฯ

สกว. มีชื่อเต็มว่าสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (ไม่ใช่งานวิจัยและไม่ใช่นักวิจัย)   การไม่ยอมให้ "งานวิจัย" มาบดบัง "การวิจัย" จึงทำให้ สกว. แตกต่างจากองค์กรอื่น  คือ  มีทุนสนับสนุนโครงการแบบ ABC ยุววิจัย ครุวิจัย ชาวบ้านวิจัย และ IRPUS 

ทั้งนี้เพื่อให้คำขวัญของ สกว. ในความจริงที่ 5 เป็นจริงได้นั่นเอง

ข่าวประชาสัมพันธ์

ประกาศทุน ของสกว.  คลิก

รายการวิจัยไทยคิด วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม 2552 เวลา 16.00 น. ทางช่อง ทีวีไทย ตอน "ของเล่นพื้นบ้านสู่การเรียนวิชาฟิสิกส์" สามารถติดตามชมตอนที่ผ่านมาได้    คลิก

ข้อมูล biodata ล่าสุด

ข้อมูลถึงวันที่ 13 สิงหาคม 2552 มีผู้ลงทะเบียนทั้งสิ้น 9,256  คน
จำนวนสมาชิกระดับ Platinum:  27  คน
จำนวนสมาชิกระดับ Gold:  81  คน
จำนวนสมาชิกระดับ Silver:  9,147  คน

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

13  สิงหาคม 2552

 


ด้วย Windows Live คุณสามารถจัดการ แก้ไข และ แบ่งปันภาพถ่ายของคุณ

วันพุธที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2552

กทม.ถกเวิลด์แบงก์ ฟื้นแม่น้ำเจ้าพระยา


วันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11477 มติชนรายวัน


กทม.ถกเวิลด์แบงก์ ฟื้นแม่น้ำเจ้าพระยา





เรือเก็บขยะ - ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานปล่อยขบวนเรือเก็บขยะ 53 ลำ ออกตระเวนเก็บขยะและเศษวัชพืชตลอดลำน้ำเจ้าพระยา เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 77 พรรษา 12 สิงหา มหาราชินี เมื่อวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยระหว่างเปิดงาน "เรารักษ์เจ้าพระยา" ปี 2 และปล่อยขบวนเรือเก็บขยะ 53 ลำออกตระเวนเก็บขยะและเศษวัชพืชในแม่น้ำเจ้าพระยา ว่า กทม.มีแผนหารือกับธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ในการพัฒนาคุณภาพน้ำ โดยภายใน 3 ปีจะบำบัดน้ำในลำคลองสายต่างๆ ก่อนที่จะปล่อยลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อฉลองในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา ในปี 2554

ด้านนายชาญชัย วิทูรปัญญากิจ ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ (สนน.) กล่าวว่า 1 ปีที่ กทม.ดำเนินโครงการเรารักษ์เจ้าพระยา ผลการสำรวจคุณภาพน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง (จากปากแม่น้ำ จ.สมุทรปราการ ถึง อ.เมือง จ.นนทบุรี) พบว่าคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ดีขึ้นจนอยู่ในระดับมาตรฐาน โดยก่อนหน้านี้น้ำมีค่าออกซิเจนละลายในน้ำ (DO) เฉลี่ยต่ำกว่า 2 มิลลิกรัมต่อลิตร

วันเดียวกัน ร.อ.นพ.พิทักษ์ ฐานบัญชา รองโฆษกกรุงเทพมหานคร กล่าวภายหลังประชุมคณะผู้บริหาร กทม.ว่า ในเดือนกันยายนนี้ กทม.เตรียมจัดโครงการบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ กำจัดหนู และหมัดหนู ซึ่งเป็นพาหะของเชื้อกาฬโรค โดยจะนำร่องในตลาดสด กทม.ทั้ง 7 แห่ง และตลาดเอกชน 143 แห่ง หลังจากที่ทางทีมแพทย์ สำนักการแพทย์ กทม.ประเมินว่าโรคกาฬโรคมีโอกาสที่จะแพร่เชื้อในประเทศและในพื้นที่กรุงเทพฯ ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกัน กทม.จึงรณรงค์ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการและผู้ค้าในตลาดสดร่วมทำความสะอาดโดยใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ และว่า ประชาชนสามารถใช้มาตรการกำจัดหนูสัปดาห์ละครั้ง เพื่อลดการแพร่เชื้อดังกล่าวด้วย

หน้า 10

http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01lif03120852&sectionid=0132&day=2009-08-12

 

เตรียมชม"ฝนดาวตกเปอร์เซอุส" ตั้งแต่ 4 ทุ่มคืนนี้ คาดถี่สุดช่วงเช้ามืด13 ส.ค. ลุ้นท้องฟ้าเปิด




วันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2552 เวลา 16:25:53 น.  มติชนออนไลน์

เตรียมชม"ฝนดาวตกเปอร์เซอุส" ตั้งแต่ 4 ทุ่มคืนนี้ คาดถี่สุดช่วงเช้ามืด13 ส.ค. ลุ้นท้องฟ้าเปิด

สมาคมดาราศาสตร์ไทยรายงาน ประเทศไทยจะเห็นฝนดาวตกเช่นกัน คาดว่า จะเห็นถี่มากที่สุดในช่วงเช้ามืดของวันที่ 13 ด้วยอัตรา 50-60 ดวงต่อชั่วโมง แต่อาจมีแสงจันทร์เป็นอุปสรรค

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า วันที่ 12 สิงหาคมนี้ โลกจะโคจรผ่านกลุ่มฝุ่นควันที่หนาทึบที่สุดของดาวหาง "Swift-Tuttle" เป็นเหตุให้สะเก็ดของดาวหางตกลงสู่ชั้นบรรยากาศของโลก และเกิดการลุกไหม้กลายเป็นลำแสงฝนดาวตกทั่วท้องฟ้า ทำให้สามารถมองเห็นฝนดาวตกได้ด้วยตาเปล่า


นายบิล คุ๊ก นักดาราศาสตร์จากองค์การนาซ่า แนะนำว่า หากใช้กล้องส่องทางไกลอาจดีกว่ามองดูด้วยตาเปล่า สามารถชมปรากฏการณ์ธรรมชาตินี้ได้ที่บริเวณกลุ่มดาวเปอร์เซอุส ซึ่งเป็นกลุ่มดาวทางเหนือของท้องฟ้า อยู่ระหว่างกลุ่มดาวอันโดรเมดา กลุ่มดาวแคสสิโอเปีย กลุ่มดาววัว และกลุ่มดาวสารถี โดยปรากฏการณ์นี้จะเริ่มตั้งแต่ 22.00 น.คืนนี้ จนถึงรุ่งสางของวันที่ 13 สิงหาคมนี้


สำหรับประเทศอังกฤษสามารถชมฝนตาวตกได้ตั้งแต่เช้าวันนี้ จนถึงเช้าวันพรุ่งนี้  ทั้งนี้ทางการอังกฤษคาดว่าประชาชนจะนิยมไปชมฝนดาวตกกันที่สนามกีฬา สวนสาธารณะ  หรือแม้กระทั่งบริเวณเขตป่าอนุรักษ์


ด้านสมาคมดาราศาสตร์ไทยรายงานว่า ประเทศไทยจะเห็นฝนดาวตกเช่นกัน คาดว่า จะเห็นถี่มากที่สุดในช่วงเช้ามืดของวันที่ 13 ด้วยอัตรา 50-60 ดวงต่อชั่วโมง แต่อาจมีแสงจันทร์เป็นอุปสรรค



 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
  • เตรียมชมฝนดาวตก"เปอร์เซอิด"มีจำนวนสูงสุด 12 ส.ค.นี้
  • คนไทยพลาดชม"ฝนดาวตกวันแม่" เกิดวันที่11-12สิงหาคมของทุกปี เหตุมีเมฆและแสงจันทร์รบกวน
  • 13-14 ธค.ดูฝนดาวตกลีโอนิดส์ รอดูสุริยปราคา มค.52
  • ชวนดูฝนดาวตก13-14ธ.ค.นี้ ลุ้นตกถี่สุดชม.ละ100ดวง
  • ชวนดูฝนดาวตก"เจมินิดส์"กลุ่มดาวคนคู่ค่ำ12-13 ธ.ค.นี้
  • ก.วิทย์ฯชวนดู"ฝนดาวตกสิงโต"17-18 พ.ย. 20ดวง/ชม.
  • ชวนดูฝนดาวตก"ลีโอนิดส์"2ช่วงกลางดึก16-19พ.ย.นี้
  • ลุ้นฟ้าเปิดดูฝนดาวตก"เปอร์ซิอุส"ในวันแม่
  • โหรสว.ทำนายฝนดาวตกส่งถึงดวงผู้นำหลุดเก้าอี้
  • ทุกภาคเตรียมรับชม"ฝนดาวตกเปอร์ซิอิดส์"เที่ยงคืนวันแม่
  • http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1250069169&grpid=01&catid=04


    --
          Weblink
    http://ilaw.or.th
    www.patani-conference.net
    http://www.thaihof.org
    http://thainetizen.org
    http://www.ictforall.org
    http://elibrary.nfe.go.th
    http://www.thaisara.com
    http://www.rmutr.ac.th
    http://www.bedo.or.th/default.aspx
    http://weblogcamp2009.blogspot.com
    http://seminarmon.blogspot.com
    http://seminartue.blogspot.com
    http://seminarwed.blogspot.com
    http://seminarthu.blogspot.com
    http://seminarfri.blogspot.com
    http://seminar1951.blogspot.com
    http://seminardd.com

    วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2552

    สมาคมนานาชาติแถลงข่าวจัดงานลดภาวะโลกร้อน

     สมาคมนานาชาติแถลงข่าวจัดงานลดภาวะโลกร้อน

    ข่าววันที่ 11 สิงหาคม 2552 แหล่งข่าวจาก สยามรัฐ

                 เมื่อในวันที่ 10 ส.ค. 52 ณ ห้องประชุม 2018 ชั้น 2 อาคารเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมมาธิราช อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้มีการจัดงานแถลงข่าว “ ลดภาวะโลกร้อนทางออกที่สวยงามเพื่อภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ” โดยสมาคมนานาชาติอนุตราจารย์ซิงไห่ ทั้งนี้การจัดกิจกรรมดังกล่าวเพื่อเพิ่มการตระหนักรู้และการสร้างความตื่นตัวในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆกับรณรงค์รับประทานอาหารมังสวิรัติ เพื่อลดภาวะโลกร้อน
                 การแถลงข่าวในครั้งนี้เพื่อชี้แจงรายระเอียดในการจัดงานซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 15 ส.ค. 52 ในการจัดงานในครั้งนี้เป็นการแถลงสถานการณ์ของผลกระทบที่เกิดจากสภาวะโลกร้อนผ่านสโลแกน “ BE VEG , GO GREEN SAVE THE PLANET ” โดยท่านอนุตราจารย์ซิงไห่ นักมนุษยธรรมผู้นำทางจิตวิญญาณ กวี นักประพันธ์ และศิลปินผู้มีชื่อเสียง
    ท่านอนุตราจารย์ซิงไห่ กล่าวไว้ว่า “ พวกเราต้องรักษาโลกใบนี้ก่อนเพื่อที่เราจะสามารสอยู่ต่อไปได้ ” อนุตราจารย์ซิงไห่ ได้เสนอมุมมองเกี่ยวกับการแก้ไขภาวะโลกร้อน ด้วยแนวทางการเป็นมังสวิรัติเพื่อลดปัญหาโลกร้อน องค์การอาหารการเกษตรแห่งสหประชาชาติ FAO รายงานว่า “ เงามืดของการปศุสัตว์ ” การปศุสัตว์มีส่วนสำคัญ

                     ในการปล่อยก๊าซพิษมากมายสู่บรรยากาศ เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ มีเทน ไนตรัสออกไซด์ ซึ่งเป็นตัวเร่งกระบวนการเกิดภาวะโลกร้อนและอากาศที่เปลี่ยนแปลง  นอกจากนี้การเพาะปลูกพืชเพื่อเป็นอาหารของสัตว์ มีบทบาทสำคัญในการทำให้เกิดมลภาวะของดินและน้ำด้วยไนโตรเจน ฟอสฟอรัส ยาปฏิชีวนะ ทำให้เกิดฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียและไวรัส และยาฆ่าแมลง
                    นอกจากนี้ ตามรายงานหลายฉบับที่ได้ตีพิมพ์โดยคณะกรรมการว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ( ไอพีซีซี ) และได้รับการสนับสนุนโดย ดร.ราเจนดร้า ปาจาอุรี ได้กล่าวว่า ทางออกง่ายๆ ทางหนึ่งในการบรรเทาสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงนั้นอยู่ในมือของเรา ซึ่งก็คือการเปลี่ยนไปทานอาหารจากพืช นั่นคือการทานมังสวิรัติ เรามนุษย์มีพลังที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆก่อนที่มันจะสายเกินไป

     
      รูปประกอบข่าว
    http://www.siamrath.co.th/UIFont/NewsDetail.aspx?cid=108&nid=43956


    --
          Weblink
    http://ilaw.or.th
    www.patani-conference.net
    http://www.thaihof.org
    http://thainetizen.org
    http://www.ictforall.org
    http://elibrary.nfe.go.th
    http://www.thaisara.com
    http://www.rmutr.ac.th
    http://www.bedo.or.th/default.aspx
    http://weblogcamp2009.blogspot.com
    http://seminarmon.blogspot.com
    http://seminartue.blogspot.com
    http://seminarwed.blogspot.com
    http://seminarthu.blogspot.com
    http://seminarfri.blogspot.com
    http://seminar1951.blogspot.com
    http://seminardd.com

    ข่าวสิ่งแวดล้อมประจำวันที่ 10 สิงหาคม 2552

     

    ข่าวสิ่งแวดล้อมประจำวันที่ 10 สิงหาคม  2552

                 

    ทรัพยากรธรรมชาติ

    10 ส.ค  255      : เมืองลับแลปลูกป่าโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ

    แหล่งที่มา           : แนวหน้า

                  พล.ต.เชาว์ฤทธิ์ ศิริกิจ ผบ.พล.ม.1 เป็นประธานพิธีเปิดโครงการ "ปลูกป่าโรงเรียน" เฉลิมพระเกียรติ 12 สิงหามหาราชินี โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พนักงาน นักเรียน และประชาชนทุกหมู่เหล่า เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 500 คนที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้องเกล้าอุตรดิตถ์

    เนื่องจากปัจจุบันพื้นที่ป่าใน จ.อุตรดิตถ์ ได้ลดน้อยลงเมื่อเทียบกับอดีตที่ผ่านมา ส่งผลทำให้สภาพแวดล้อมเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางลบ ดังนั้นกรมทหารม้าที่ 2 จึงได้ตระหนักถึงความสำคัญเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว และจัดให้มีกิจกรรมขึ้น เพื่อปลูกฝังแนวความคิดด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ รวมทั้งส่งเสริมให้นักเรียน และชุมชนพื้นที่ใกล้เคียงโรงเรียนร่วมบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม และยังเป็นการกระตุ้นให้นักเรียน ชุมชน และประชาชนทั่วไป ได้เข้ามามีส่วนร่วมเพื่อทำกิจกรรมปลูกป่า พลิกฝื้นผืนป่าด้วยพระบารมี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ครอบรอบ 77พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ อีกด้วย

     

    ขยะ มลพิษ ของเสีย

    10 ส.ค  255      : "นายก"หนองปากโลงลั่นต้านโรงเหล็ก

    แหล่งที่มา           : มติชน

                  ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.นครปฐมว่า นายสรศักดิ์ เอี้ยวศิวิกูล นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หนองปากโลง อ.เมือง จ.นครปฐม เป็นแกนนำชาวบ้านคัดค้านโครงการขยายโรงงานผลิตเหล็กแท่งของบริษัท หลิ่งหนัน สตีล จำกัด หมู่ที่ 8 ต.วังตะกู อ.เมือง รอยต่อ ต.หนองปากโลง ได้ร่วมประชุมชี้แจงโครงการ โดยมีนายรัตนชัย รังสน นักวิชาการด้านสังคมและมวลชนสัมพันธ์ บริษัท คอนซัลแทนท์ ออฟ เทคโนโลยี จำกัด ที่ปรึกษาโครงการและทีมงานดำเนินการประชุม แต่ประชุมได้เพียงเพียง15นาทีก็ต้องล้มเลิกเพราะชาวบ้านไม่ยอมรับ

    นายสรศักดิ์กล่าวว่า แม้โรงงานผลิตเหล็กไม่ได้ตั้งอยู่ใน ต.หนองปากโลง แต่เป็นเขตรอยต่อตำบล ใช้น้ำดิบจากคลองชลประทานและคลองไส้ไก่ ขณะเดียวกันก็ปล่อยน้ำที่มีอุณหภูมิสูงลงสู่คลองสาธารณะ ชาวบ้านและสัตว์ที่ต้องใช้น้ำได้รับความเดือดร้อนอีกทั้งยังมีมลภาวะทางเสียงและกลิ่นรถยนต์บรรทุกเศษเหล็กเข้าโรงงานมากว่า4ปี

    "ผมบอกก่อนเลยว่าหากยังดื้อดึงที่จะให้ยอมรับโครงการด้วยวิธีการที่ไม่ถูกครรลอง ผมเล่นแรงแน่นอน และจะเดินหน้าเคียงข้างชาวบ้านหนองปากโลงระงับโครงการให้ได้" นายรัตนชัยกล่าวว่า มีหน้าที่มาชี้แจงให้ชาวบ้านทราบถึงความเป็นมาโครงการ วัตถุประสงค์ กระบวนการผลิต การจัดการกากของเสีย การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม การมีส่วนร่วมและมวลชนสัมพันธ์ แต่น่าเสียดายที่ยังไม่สามารถบอกได้ครบทุกเรื่องก็ถูกผู้นำและชาวบ้านคัดค้านจนต้องล้มเลิกการประชุมซึ่งจะหาวิธีชี้แจงต่อไป

    นางวรรณี สะสมทรัพย์ อยู่เลขที่ 27 หมู่ ต.หนองปากโลง กล่าวว่า ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำฝนที่ไม่สามารถดื่มกินได้มากว่า 2 ปี กลิ่นจากการหลอมเหล็กตอนกลางคืน และเสียงช่วงเวลา 02.00-04.00 น. รถบรรทุกเหล็กทำเศษเหล็กตกหล่น น้ำในลำคลองไม่สามารถดูดรดต้นไม้เพราะน้ำมีอุณหภูมิสูง

     

    สิ่งแวดล้อมทั่วไป

    10 ส.ค  255      : องค์การพฤกษศาสตร์จัดเสวนา ลดคาร์บอนด์ผ่านระบบนิเวศน์

    แหล่งที่มา           : แนวหน้า

                  ดร.ก่องกานดา ชยามฤต ผู้อำนวยการองค์การสวนพฤกษศาสตร์ เปิดเผยว่า องค์การสวนพฤษศาสตร์เตรียมจัดงานเสวนาทางวิชาการเรื่อง "ผลของสภาวะโลกร้อนต่อความหลากหลายทางชีวภาพ" ในวันที่ 23 สิงหาคม 52 ที่สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ทั้งนี้เนื่องจากผลกระทบอันเกิดจากปัญหาสภาวะโลกร้อน ถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการดำรงชีวิตของมวลมนุษยชาติ และยังส่งผลถึงความหลากหลายทางชีวภาพ และการเพิ่มขึ้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ คือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์เรื่อนกระจก และมีผลกระทบต่อระบบนิเวศน์และชนิดพันธุ์ สิ่งมีชีวิตบางชนิดพันธุ์สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาโลกร้อนได้ แต่บางชนิดก็ปรับตัวไม่ได้ทำให้สูญพันธ์ได้เช่นกัน

    ดังนั้น จึงมีการจัดเสวนาวิชาการดังกล่าวขึ้น โดยเชิญวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย รศ.ดร.กัณฑรีย์ บุญประกอบ ภาควิชาชีววิทยา มหาลัยรามกำแหง รศ.ดร.พิพัฒน์ พัฒนาผลไพบูลย์ ภาควิชาพฤกษศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

     

    ดร.ก่องกานดา ชยามฤต ผู้อำนวยการสวนพฤกษศาสตร์ มาร่วมกันเสวนานำเสนอข้อมูลที่ถูกต้อง รูปแบบการศึกษาวิจัย การรวบรวมข้อมูลทางวิชาการ รวมถึงการศึกษาแนวทางการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ผ่านการอนุรักษ์ระบบนิเวศน์และความหลากหลายทางชีวภาพ โดยมีนายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดงาน นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมเป็นผู้อุปถัมภ์การปลูกต้นไม้หายาก จำนวน 24 ต้น ในอัตราต้นละ 100,000 บาท และต้นไม้ทั่วไปเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้แก่โลกเพื่อลดภาวะโลกร้อน

    ดร.ก่องกานดากล่าวด้วยว่า เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าระบรมราชินีนาถ จึงขอเชิญเยาวชนและประชาชน เข้าชมสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จรยางค์เจ้าสิริกิติ์ จังหวัดเชียงใหม่ โดยไม่ต้องจ่ายค่าผ่านประตูตลอดเดือนสิงหาคม

     

     

     

    ท่านสามารถยกเลิกการรับข่าวสารนี้ โดยไปที่

    E-mail : news_env@deqp.go.th

    สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่

    E-Mail  :  info@deqp.go.th

    หรือ ศูนย์คอมพิวเตอร์ ศูนย์สารสนเทศสิ่งแวดล้อม

    กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม

    โทรศัพท์ : 0-22788400-19 ต่อ 1632-1633

    โทรสาร : 0-22985637

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    หมายเหตุ  ถ้ามีปัญหาในการเปิดอ่านกรุณาติดต่อกลับด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

     

     

     




    --
    ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
    http://www.parent-youth.net
    http://itceoclub.ning.com
    http://www.presscouncil.or.th
    http://ilaw.or.th
    http://www.thaihof.org
    http://thainetizen.org
    http://www.ictforall.org
    http://elibrary.nfe.go.th
    http://www.logex.kmutt.ac.th
    http://www.thaisara.com
    http://www.rmutr.ac.th
    http://icann-ncuc.ning.com
    http://www.webmaster.or.th
    http://weblogcamp2009.blogspot.com
    http://pwdhutch3.blogspot.com
    http://energygreenhealth.com

    วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2552

    "สถาบันอุตฯสิ่งทอ"พัฒนางานวิจัยขายจริง

    วันที่ 03 สิงหาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11468 มติชนรายวัน


    "สถาบันอุตฯสิ่งทอ"พัฒนางานวิจัยขายจริง


    ผลิตภัณฑ์เส้นใยจากะลามะพร้าวและกล้วย



    สถาบันพัฒนาอุตฯสิ่งทอเปิดแผนเชิงรุก แข่งขันในเวทีโลก วิจัยผลิตภัณฑ์ผสมกะลามะพร้าว เส้นใยกล้วย ขายเป็นเชิงพาณิชย์สำเร็จ

    สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ เผยผลสำเร็จของโครงการ "นำผลงานวิจัยไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ Functional Textiles ในเชิงพาณิชย์" เร่งสานต่อโครงการโรงงานต้นแบบสิ่งทอในอุตสาหกรรมฟอกย้อมส่งเสริมความร่วมมือระหว่างคลัสเตอร์สิ่งทอในจังหวัดสำคัญทั่วประเทศ พร้อมเตรียมนำหลากหลายนวัตกรรมสิ่งทอฝีมือคนไทยอย่างเส้นใยโพลีเอสเตอร์ผสมผงถ่านกัมมันต์จากกะลามะพร้าวและเส้นใยกล้วย ซึ่งได้รับรางวัล Prime Minister Award กลุ่มสินค้าแฟชั่นและสิ่งทอที่มีการออกแบบดี (DE Mark) จากกรมส่งเสริมการส่งออก โชว์ในงาน BIFF & BIL 2009 กลางเดือนสิงหาคมนี้

    เรื่องนี้ นายวิรัตน์ ตันเดชานุรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ เปิดเผยว่า งานเร่งด่วนของสถาบันฯ คือ การบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญา ตามแผนแม่บทปี 2551-2555 โดยมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมต่างๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอไทยทั้งระบบ สำหรับโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการในขณะนี้ ได้แก่ โครงการ "นำผลงานวิจัยไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ Functional Textiles ในเชิงพาณิชย์" โครงการโรงงานต้นแบบสิ่งทอในอุตสาหกรรมฟอกย้อม (Pilot Plant) โครงการพัฒนาความสามารถบุคลากรด้านสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม โครงการพัฒนาคลัสเตอร์และห่วงโซ่อุปทานในส่วนภูมิภาค โครงการศูนย์ข้อมูลสิ่งทอเชิงลึก เป็นต้น

    สำหรับการดำเนินโครงการ "นำผลงานวิจัยไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ Functional Textiles ในเชิงพาณิชย์" ในปี 2551 ซึ่งร่วมมือกับภาคเอกชนค้นคว้าและวิจัย โดยใช้เทคโนโลยีที่พัฒนาโดยคนไทย และวัตถุดิบในประเทศ มีส่วนสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ มากมาย เช่น ผลิตภัณฑ์ไหมใยสั้น (spun silk yarn) และการตกแต่งสำเร็จด้วยกาวไหม (sericin) ซึ่งใช้ผลิตเสื้อโปโลหลายรูปแบบ, ผลิตภัณฑ์เส้นใยไนล่อนยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย, ผลิตภัณฑ์ผ้าเฟอร์นิเจอร์พีพี (polypropylene) ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียรายแรกของไทย, ผลิตภัณฑ์ผ้าเคลือบสมุนไพรและซิงค์นาโนกันไรฝุ่นระดับ 300 เส้น/นิ้ว รายแรกของโลก, และโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เส้นใยโพลีเอสเตอร์ผสมผงถ่านกัมมันต์จากกะลามะพร้าว ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นช่วยดูดกลิ่นและดูดความชื้น และเส้นใยกล้วย ซึ่งมีความมันเงาสวยงาม สามารถนำไปปั่นผสมกับเส้นใยอื่นได้อย่างหลากหลายและผลิตเป็นเป็นเครื่องนุ่งห่มที่มีจุดขายในแง่การเลือกใช้วัสดุที่มาจากธรรมชาติได้ ทั้งนี้ เส้นใยทั้งสองชนิดได้รับรางวัล Prime Minister Award กลุ่มสินค้าแฟชั่นและสิ่งทอที่มีการออกแบบดี (DE Mark) และจะเข้าร่วมประกวดรางวัล G-mark ที่ประเทศญี่ปุ่นต่อไป ผลงานต่าง ๆ เหล่านี้จะถูกนำไปจัดแสดงในงาน BIFF & BIL 2009 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าแฟชั่นและเครื่องหนังระดับนานาชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน อีกด้วย

    ส่วนโครงการแผนแม่บท 3 ปี เริ่มดำเนินงานตั้งแต่ปี 2551 เพื่อเป็นโรงงานต้นแบบสิ่งทอ ฟอกย้อม พิมพ์ และตกแต่ง เพื่อการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการของผู้ประกอบการ รวมถึงเพื่อร่นระยะเวลาและประหยัดค่าใช้จ่ายในการทำสินค้าตัวอย่าง ซึ่งเป็นทางเลือกในการลองผิดลองถูกที่มีต้นทุนต่ำและคุ้มค่าที่สุดสำหรับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ผลิตผ้าฟอกย้อม รวมไปถึงผู้ผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปก็สามารถใช้บริการได้จากเครื่องจักร garment dyed (ตัดเย็บแล้วเสร็จก่อนนำมาฟอกย้อมสีภายหลัง) ทำให้ปัจจุบันมีผู้ประกอบการสนใจใช้บริการดังกล่าวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้ การให้บริการของทางสถาบันฯ ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจใดๆ และสูตรสีที่ผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกใช้จะถูกเก็บเป็นความลับอย่างเคร่งครัด

    นวัตกรรมที่เป็นผลจากความสำเร็จของโครงการนี้ ซึ่งจะนำไปจัดแสดงในงาน BIFF & BIL 2009 เช่นกัน ได้แก่ ผ้ากัญชง ซึ่งเป็นวัตถุดิบตัดเย็บรองเท้าผ้าใบ converse ซึ่งเป็นแบรนด์ดังระดับโลก ผ้าตกแต่งสำเร็จด้วยไคโตซานสกัดจากเปลือกกุ้ง ที่ใช้ผลิตชุดชั้นในแอนไทแบคทีเรีย กรีนเท็กซ์ไทล์ จากเส้นใยกล้วย ซึ่งมีรางวัลจากกรมส่งเสริมการส่งออกประกันคุณภาพ เสื้อลายพราง เป็นต้น

    "การร่วมมือผลิตของหลายโรงงานทำให้เกิดสินค้าที่ต่างจากท้องตลาด ขายได้มากขึ้น ทำให้มีรายได้กลับไปพัฒนาในผลิตภัณฑ์ของตัวเอง ปัจจุบันมีโรงงานเข้าร่วมโครงการคลัสเตอร์แล้วประมาณ 80-90 โรงงาน" นายวิรัตน์ กล่าว

    หน้า 32

    นกปรอดหัวโล้น นกใหม่ในลาว



     

    วันที่ 02 สิงหาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11467 มติชนรายวัน


    นกปรอดหัวโล้น นกใหม่ในลาว


    คอลัมน์ ประสานักดูนก

    โดย น.สพ.ไชยันตร์ เกษรดอกบัว




    ภาพประกอบ Iain Woxvold

    วันนี้ขอคั่นเรื่องดูนกไต้หวันด้วยข่าวใหญ่ ข่าวดีของวงการปักษีวิทยาทั่วโลกครับ

    ศตวรรษที่ 21 นี้ถือว่าเป็นเรื่องยากเย็นที่จะค้นพบนกใหม่ หรือสัตว์ป่าชนิดใหม่ เพราะความก้าวล้ำนำหน้าของเทคโนโลยีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการสำรวจในภูมิประเทศต่างๆ เช่น ป่าดงดิบ หรือภูเขาสูงได้ง่ายขึ้น กระนั้นก็ยังมีข่าวค้นพบสัตว์ชนิดใหม่ๆ อยู่ประปรายเป็นกระสายให้ตื่นเต้น ตื่นตูมกันบ้าง

    คราวนี้เป็น "นกปรอด" (Bulbul) ชนิดใหม่ครับ บ้านของนกชนิดใหม่นี้อยู่ในบ้านใกล้เรือนเคียงของเรานี่เอง ประเทศลาว เมื่อ 4 ปีก่อน นักวิทยาศาสตร์ค้นพบหนูโบราณตัวเล็กๆ ชื่อคะเนียว (Kha-nyou) หรือ Laotian Rock Rat

    "ผลงานการค้นพบครั้งนี้เกิดจากกลุ่มนักปักษีวิทยาจากมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย และสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า ประกอบด้วยนายเอียน วอกซ์โวลด์ วิลล์ ดักเวิร์ธ และโรเบิร์ต ทิมมินส์"

    ย้อนภาพกลับไปเมื่อ 14 ปีก่อน ใน พ.ศ.2538 คุณทิมมินส์เดินตากแดดสำรวจประชากรนกในธรรมชาติท่ามกลางเขาหินปูนของแนวเทือกเขาคำม่วน บังเอิญพบนกปรอดแปลกๆ กลุ่มหนึ่งที่ส่วนหัวไม่มีขนปกคลุม หรือเรียกแบบบ้านๆ ว่า "หัวโล้น" น่ะแหละ ทำเอาคนสำรวจงงเป็นไก่ตาแตก เพราะรูปลักษณ์พิลึกพิลั่นแบบนั้นไม่เข้ากับนกปรอดชนิดไหนในอุษาคเนย์แม้แต่น้อย รายงานชิ้นนั้นจึงถูกพับเก็บเข้าลิ้นชักไปตามระเบียบ เพราะข้อมูลไม่เพียงพอ อาจจะเป็นนกตัวแปลกๆ ผิดปกติเฉพาะตัวก็ได้ใครจะไปรู้



    ต่อมาใน พ.ศ.2551 คุณวอกซ์โวลด์และคุณดักเวิร์ธสำรวจนกอีกครั้งในภูมิประเทศเขาหินปูน ชื่อว่า ""ผาหล่ม"" ที่เมืองวิลาบุรี แขวงสะหวันนะเขตหรือแผลงแบบไทยๆ ว่าสุวรรณเขต ครั้งนี้พบนกปรอดปริศนาอีกหลายครั้ง ส่วนใหญ่พบตัวเดียวโดดๆ บางครั้งพบเป็นคู่ เกาะกิ่งไม้ จิกลูกไม้กินเป็นอาหาร และพบนกเฉพาะบนเขาหินปูนที่ชาวลาวท้องถิ่นเรียกว่า ""ภูหัวโล้น"" พบเห็นนกนานพอที่จะเก็บข้อมูลรายละเอียดและจับนกมาวัดสัดส่วน ถ่ายภาพและเก็บตัวอย่างที่สำคัญเพื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลของนกปรอดชนิดอื่นๆ เพื่อจำแนกว่าเหมือนหรือต่างกันหรือไม่ อย่างไร

    จากที่ต่างกันสุดขั้วก็ตรงที่ "นกปรอดปริศนานี้ไม่มีขนบนหัว ตั้งแต่หน้าผากจรดท้ายทอย ส่วนชุดขนเป็นสีน้ำตาลแกมเขียวไพล ซึ่งเป็นสีเด่นของนกปรอดในสกุล Pycnonotus" เช่นเดียวกับนกปรอดสวนในบ้านเรา

    "นกปรอดชนิดใหม่ได้ชื่อว่า Bare-faced Bulbul ตามลักษณะของใบหน้าที่ล้านเลี่ยนไม่มีขนขึ้น"

    แต่ที่เด็ด ชวนให้ขันในแนวคิดของนักปักษีวิทยาคนค้นพบก็ "ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Pycnonotus hualon แปลว่านกปรอดหัวโล้น แบบตรงๆ เป้งๆ กันเลย" โดยทีมค้นพบให้เหตุผลว่า "วาบแรกของความรู้สึกที่พบนกก็ส่วนหัวของมันน่ะแหละที่ดึงดูดความสนใจ"

    แถมภูมิประเทศที่นกอาศัยอยู่นั้นก็เรียกตามภาษาถิ่นว่าภูหัวโล้น เพราะเป็นเขาหินปูนที่สภาพของดินไม่อุดมสมบูรณ์ ค่อนข้างแห้งแล้ง มีต้นไม้ขึ้นประปราย มองไกลๆ เหมือนกับเป็นภูเขาหัวโล้น ไม่มีเส้นผม (หรือต้นไม้โดยนัย)

    "ส่วนคำว่า Pycnonotus มีรากศัพท์มาจากภาษากรีก" (หนึ่งในสองภาษาคลาสสิคของชื่อวิทยาศาสตร์ ร่วมกับภาษาละติน) "แปลว่าส่วนหลังอัดแน่น (ด้วยขน) เพราะนกปรอดในสกุลนี้จะมีลักษณะร่วมกันนอกเหนือจากสีสันของเส้นขนที่จืดชืดด้วยสีน้ำตาลแกมไพลแล้ว ก็จะมีขนบริเวณหลังที่ขึ้นกันกระจุกตัวแน่นนั่นเอง"

    จากภาพของนกจะเห็นหน้าตาค่อนข้างตลก ส่วนหัวราบเรียบปราศจากขน จะมีขนขึ้นหร็อมแหร็มเฉพาะบนกระหม่อม หนังบนใบหน้าสีชมพูมีแถบสีฟ้ารอบนัยน์ตาขับเน้นสภาพปราศจากขนบนใบหน้าให้ชัดเจนขึ้น ขนาด 19 ซม. พอๆ กับนกปรอดสวน ทั่วตัวไม่มีลวดลายอื่นใด เพียงฉาบด้วยสีน้ำตาลแกมไพล ถ้าส่องเห็นแต่ไกล ส่วนหัวโล้นนี่แหละที่โดดเด่นเป็นหมายสำคัญ

    ในแวดวงดูนก ข่าวนกปรอดชนิดใหม่อาจทำให้บรรดานักดูนกที่ชอบท่องเที่ยวค้นหานกใหม่ (lifer) ดู ที่เรียกว่า lister (คำนิยมเฉพาะกลุ่มในอเมริกา) หรือ twitcher (อังกฤษ) กล้ามเนื้อกระตุกจนอยู่ไม่สุขก็เป็นได้ เพราะตำแหน่งที่พบนกห่างจากจังหวัดมุกดาหารไม่มากเลย ยังใกล้กว่าระยะทางกรุงเทพฯ-ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ หรือกรุงเทพฯ-น้ำตกกรุงชิง จ.นครศรีธรรมราชอีกนะ (ฮา)

    ส่วนจะยังมีนกเหลือให้ดูในธรรมชาติหรือไม่นั้นก็ไม่แน่นะครับ เพราะเท่าที่ทราบรสนิยมล่าและกินนกป่ายังเป็นที่นิยม (แม้ว่าน่าจะผิดกฏหมาย) ดังปรากฏให้เห็นตามตลาดสดยามเช้า เป็นที่สลดหดหู่ในหมู่ผู้นิยมธรรมชาติอย่างเราๆ เสมอมา (ไม่ฮา)

    "หากจะอ้างว่าเป็นแหล่งอาหาร บริโภค หมู เห็ด เป็ด ไก่ไม่ดีกว่าหรือ ไม่ต้องเบียดเบียนสัตว์ป่า มรดกของชาติและลูกหลานของเรา "


    หน้า 21
                                http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01sun03020852&sectionid=0120&day=2009-08-02

    --
    ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
    http://www.presscouncil.or.th
    http://thainetizen.org
    http://www.ictforall.org
    http://ilaw.or.th
    http://www.pnac-th.org
    http://elibrary.nfe.go.th
    http://dbd-52.hi5.com
    http://www.thaisara.com
    http://www.oknation.net/blog/aumpradya
    http://www.oknation.net/blog/roungkaw
    http://www.oknation.net/blog/pacm/2009
    http://www.oknation.net/blog/summer

    --
    ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
    http://www.presscouncil.or.th
    http://thainetizen.org
    http://www.ictforall.org
    http://ilaw.or.th
    http://www.pnac-th.org
    http://elibrary.nfe.go.th
    http://dbd-52.hi5.com
    http://www.thaisara.com
    http://www.oknation.net/blog/aumpradya
    http://www.oknation.net/blog/roungkaw
    http://www.oknation.net/blog/pacm/2009
    http://www.oknation.net/blog/summer